The Matrix – 1 – Preface + Trinity and the 3 Agents

หลายคนคงสงสัยว่า นี่เป็นบล็อกเกี่ยวกับ Agile นะ ทำไมมีเรื่องเกี่ยวกับหนังเข้ามาด้วย เรื่องของเรื่องมันเริ่มจากที่ผมเคยพูดกับคุณ kluak110 การจะใช้ Agile ได้อย่างมีประสิทธิภาพมันต้องขจัดอัตตาในตัวก่อน แล้ววิธีการจัดการอัตตาที่ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้น แนวทางแบบพุทธ ต่อมาเมื่อไม่นานมานี้ผมได้ฟัง ดร.วรภัทร์ (ทาง net มิใช่ตัวเป็นๆ : อยากเจอตัวจริงจัง) บอกว่า The Matrix นี่เป็นหนังที่แสดงหลักธรรมขั้นสูงเลย ก็เลยต้องกลับไปดูทั้งสามภาคอีกรอบ แบบตีความล้วนๆ คราวนี้ก็เลยถึงบางอ้อ ตาสว่างกันเลยที่เดียว โดยเฉพาะสองภาคหลัง ที่ตอนแรกดูแล้วด่าสองพี่น้อง Any&Lana ว่าทำไรฟระดูไม่รู้เรื่องเลย แต่พอมาดูอีกรอบแบบเอาธรรมะไม่เอาเนื้อเรื่องแล้ว เอออ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

การดูและตีความหนังเรื่องนี้ผมใช้การตีความโดยส่วนตัวทั้งหมด น้อยมากที่จะอ่านแล้วก็อปปี้ความคิดคนอื่นมา แต่ว่าผมก็อ่านไปเยอะทำให้บางครั้งก็ลืมไปว่า ความคิดอันนี้ได้มาจากที่อื่นหรือคิดเอาเอง แต่ตรงนั้นคงจะไม่สำคัญเท่ากับว่ามันเป็นสิ่งที่ผมตีความเอาเอง และผมก็คงจะไม่ได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก ที่สำคัญผมไม่ได้ต้องการให้ทุกคนต้องเชื่อ อย่างที่ผมเคยเขียนลงบล็อกส่วนตัวไปแล้วว่าอย่าเชื่ออะไรง่ายๆ ต้องใช้หลัก “กาลามสูตร 10” จุดประสงค์ที่แท้จริงที่ผมเขียนเรื่องนี้เพราะ ผมเชื่อว่าการจะทำ Agile ให้ดีได้ไม่เพียงแต่เราจะต้องรู้หลักการของมันให้ถูกต้องแต่เรายังต้องรู้จักละ “ตัวกู ของกู” ด้วย เพราะการวัดผลใน Agile ทั้งหมดใช้การวัดทั้งทีมไม่มีการแบ่งแยกว่า ใครทำได้ดีกว่าใครในทีม มีคนเคยถามผมว่า “ถ้าจะไล่ออกก็ต้องไล่ออกทั้งทีมใช่มั้ย?” และคำตอบของผมก็คือ “Yes”

เนื่องจากตอนนี้ เป็นตอนแรก และผมใช้ชื่อตอนว่า Preface ผมจะเริ่มเรื่องแบบเบาๆ ก่อน ทั้งหมดนี้ผมเขียนโดยตีความว่า ทุกคนคงจะได้ดูหนังเรื่องนี้ไปแล้ว สำหรับคนที่จำไม่ได้อาจจะต้องหามาดูซ้ำ(เหมือนผม) หวังว่าท่านบรรณาธิการ(Moderators) จะไม่ถอดเรื่องผมออก และถ้าใครชอบก็ติดตามได้ทุกวันอาทิตย์ครับ

ตอนที่ 1 : Trinity and the 3 Agents

เริ่มเรื่องเปิดฉากมาจะเริ่มที่ โรงแรมร้างแห่งหนึ่ง มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องมืดๆ กำลังแช้ทอยู่กับผู้ชายอีกคนหนึ่ง เธอคือ Trinity และอีกฝ่าย คือ Cypher; เบื้องหลังมีฝ่าย Agents กำลังไล่ล่าโดยใช้ tracing program และในที่สุดพวกเค้าก็พบเธอว่าอยู่ที่ไหน และได้นำกำลังเข้าล้อมเพื่อจับกุม Trinity เมื่อรู้ว่ามี Agents มาก็หน้าถอดสี แล้วคิดหาทางหนีเพียงอย่างเดียว ถึงแม้เธอจะมีความสามารถเหนือกว่ามนุษย์คนอื่น ทั้งกระโดดสูง วิ่งเร็ว ทั้งยังร่อนข้ามตึกได้ แต่เทียบกับ Agents แล้วเธอสู้ไม่ได้เลย สุดท้าย ด้วยความช่วยเหลือจาก operator เธอก็หนีรอดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

การตีความ:

The 3 agents: พวกเค้ามีสามคนจะไปไหนมาไหนด้วยกันสามคนเสมอ ทุกคนไม่สามารถสู้พวกเค้าได้ ถ้าเราไม่รู้ตัวพวกเค้าจะสวมร่างมาอยู่ในร่างเราได้ทันทีและเราก็ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย มีแต่จะต้องยอมตามที่พวกเค้าต้องการ ชื่อของพวกเค้า คือ Brown, Smith, และ Jones หรือ โลภะ โทสะ และ โมหะ อันเป็น อกุศลมูล 3 ซึ่งเป็นรากเหง้า ของ อกุศลกรรม หรือกรรมชั่ว นั่นเอง แต่สิ่งที่เราต้องเข้าใจคือ ตัว โลภะ,โทสะ,โมหะนั้นไม่ได้เป็นผู้ทำกรรม หากแต่ตัวเราต่างหากเป็นผู้ทำ โดยการบันดาลของทั้งสาม (เหมือนพวกตำรวจในเรื่อง)

Trinity: เหมือนกับพวกเราอีกหลายคน ที่เริ่มมีดวงตาเห็นธรรม เริ่มปฏิบัติธรรมและต้องการห่างไกลจากความทุกข์ คนที่เริ่มปฏิบัติธรรมทุกคนพอเริ่มเห็นอกุศลมูล ก็จะทำได้แค่เอาแต่หนีไม่สามารถ ต่อกรอะไรด้วยได้ เช่น เห็น iPad ก็เกิดโลภะ อยากได้ ถ้าได้แล้วคงจะดีนะ แต่มันแพงแล้วก็ไม่จำเป็นเลย แต่ก็ยังอยากได้ อยู่ พอเห็น โฆษณา ก็รีบเปลี่ยนช่อง หรือไม่ก็รีบปิด web นั้น เพราะไม่งั้นคงได้ไปซื้อแน่ๆ (เรื่องจริงจากผมเอง) ทำได้แค่นั้นจริงๆ สู้ไม่ได้เลย

ถ้าคุณไม่เชื่อลองอดข้าวเย็น แล้วไปนั่งที่ร้านอาหารดี ๆ แล้วห้ามแตะของกินแม้แต่อย่างเดียวดูสิ แล้วจะรู้ว่าคุณสู้ไหวมั้ย

Links:
https://korn4d.wordpress.com/2010/06/09/dont-assume-just-ask/
http://en.wikipedia.org/wiki/Agent_%28The_Matrix%29
http://th.wikipedia.org/wiki/อกุศลกรรม

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s