บุญ vs. กุศล

พูดถึงการทำบุญแล้ว หลายคนคงนึกถึงการใส่บาตร ไปวัดฟังธรรม ความจริงแล้วโดยความหมาย บุญหมายถึงเครื่องพอฟู กล่าวคืออะไรก็ตามที่เราทำแล้วเรารู้สึกว่า หัวใจเราพอฟู อิ่มอกอิ่มใจ ก็คือบุญทั้งหมด ช่วยคนแก่ข้ามถนน สอนการบ้านเพื่อน หรือ เก็บขยะไปทิ้งลงถัง ถ้าทำแล้วเรารู้สึกหัวใจพอฟู อิ่มอกอิ่มใจ ก็เป็นบุญ

บุญนั้นเป็นสิ่งดีที่ทุกคนควรทำ แต่ไม่มีความหมายหรือช่วยให้หลุดพ้นจากทุกข์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักแห่งพุทธศาสนาได้เลย เราทำบุญตรงนี้ หัวใจเราก็พอฟู ตรงนี้ แล้วก็จบ ไม่ได้ทำให้เราทุกข์น้อยลง หรือ หลุดพ้นจากห่วงทุกข์ได้ เพราะฉะนั้นการทำบุญมากๆ ไม่มีทางไปถึงนิพพานได้

การไปสู่นิพพานนั้น ทางพุทธจึงเลี่ยงมาใช้อีกคำหนึ่งคือ “กุศล” กำหนดให้แปลว่า เครื่องตัดกิเลส หรือเครื่องแผ้วถาง คือ จะไปนิพพานต้องอาศัย มรรค ซึ่งแปลว่าทาง แล้วทางนี้มันก็รกรงรังด้วยกิเลส เราก็เลยต้อง ใช้กุศลแผ้วถางมันอย่างไรล่ะ

แล้วถ้าเราจะทำกุศล จะทำได้อย่างไร? ศาสนาพุทธนั้น หลักใหญ่พูดถึงเรื่องการทำ(ซึ่งแปลว่ากรรม) คือทางพุทธเรียนให้รู้เฉยๆ ไม่ได้ ต้องทำด้วย ก็มีเนื้อหาที่เรียกว่า กุศลกรรมบท 10 ซึ่งพูดว่า ทำอย่างไรจึงจะถือว่าเป็นกุศล ซึ่งเอาง่ายๆ ก็คือ การทำกุศล ผ่าน 3 ทาง ได้แก่ กาย วาจา ใจ ซึ่งถ้าจะเอาให้ละเอียด ก็คือ

กายกรรม ๓ ได้แก่
๑. ปาณาติปาตา เวรมณี เว้นจากทำลายชีวิต
๒. อทินนาทานา เวรมณี เว้นจากถือเอาของที่เขามิได้ให้
๓. กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี เว้นจากประพฤติผิดในกาม

วจีกรรม ๔ ได้แก่
๔. มุสาวาทา เวรมณี เว้นจากพูดเท็จ
๕. ปิสุณายวาจาย เวรมณี เว้นจากพูดส่อเสียด
๖. ผรุสาย วาจายเวรมณี เว้นจาก พูดคำหยาบ
๗. สัมผัปปลาปาเวรมณี เว้นจากพูดเพ้อเจ้อ

มโนกรรม ๓ ได้แก่
๘. อนภิชฌาไม่โลภคอยจ้องอยากได้ของเขา
๙. อพยาบาท ไม่คิดร้ายเบียดเบียนเขา
๑๐. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบตามคลองธรรม

กุศลกรรมบทนี้ ไล่เรียงจาก หยาบไปละเอียด จากง่ายไปหายาก ลองคิดง่ายๆ บางครั้งเราไม่ได้ทำร้ายเขาด้วยการทุบตี แต่ก็ทำร้ายเขาด้วยการ พูดจา หรือ บางครั้งเราไม่พูดแต่ก็ยังคิด ซึ่งทั้งหมด เป็นอกุศลไม่ต่างกัน สมมติ เขามาเอาของเราไป ถึงเราไม่ไปชกเขา ไม่ด่าทอเขา แต่ใจคิดโกรธ ก็เป็น อกุศล แล้ว ซึ่ง เรียกได้ว่า ทำบาป ไปแล้ว ถ้าไม่เชื่อก็ต้องไปดู เรื่อง อกุศลมูล 3 คือ โลภะ โทสะ โมหะ กล่าวคือ ถ้ามีอันใดอันหนึ่งหรือมากกว่า ในสามอย่างนี้ ก็ถือว่าได้ทำสิ่งที่ไปเป็นอกุศลแล้ว คือไกลนิพพานขึ้นแล้ว ถ้าหลีกหรือเอาชนะสามอย่างนี้ได้ ก็ถือว่าใกล้นิพพานขึ้นแล้ว

สิ่งที่สำคัญที่สุดในสิบอย่างนี้คือ ข้อสุดท้าย เพราะ จะนำไปสู่การเริ่มต้นของ ทางใหญ่(อริยมรรค) ลองคิดง่ายๆ ออกจากบ้าน ก็ต้องเดินผ่านซอยก่อน ก็คือกุศลกรรมบท พอสุดซอย ก็เข้าถนนใหญ่คือ อริยมรรค

ข้อสิบ ข้อสุดท้ายนั้นค่อยข้างซับซ้อน เอาไว้โอกาสหน้ามาพูดให้ฟังโดยละเอียดจะดีกว่า รวมถึงเรื่องการเดินถนนใหญ่ ใน “มรรค 8” ด้วย

Links
http://www.buddhadasa.com/freethinkbook/boonkusol.html
http://th.wikipedia.org/wiki/กุศล
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/005349.htm
http://www.kalyanamitra.org/board/index.php?showtopic=859
http://th.wikipedia.org/wiki/มรรค_๘

Advertisements

One thought on “บุญ vs. กุศล

  1. ขอบคุณสำหรับบทความนะครับ ^_^
    ช่วยทำให้ใจที่วุ่นวายซึ่งเกิดจากการที่เราคิดนึกเอาเอง
    ได้มีธรรมะมาคอยเตือนใจให้เข้าใกล้ความปกติบ้าง

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s