Satisfied employees create satisfied customers

อ่านไปเจอเรื่องเกี่ยวกับบริษัท SAS ปรัชญาของบริษัทคือ

If you treat employees as if they make a difference, they will make a difference

CEO Jim Goodnight ยังบอกต่ออีกว่า

“We’ve worked hard to create a corporate culture that is based on trust between our employees and the company,”

“a culture that rewards innovation, encourages employees to try new things and yet doesn’t penalize them for taking chances, and a culture that cares about employees’ personal and professional growth.”

ผลของมันนั้นทำให้อัตราการลาออกของพนักงานต่ำมาก และ บริษัทเป็นหนึ่งร้อยบริษัทที่น่าทำงานด้วยของอเมริกาติดต่อกันถึงสิบสามปี และเป็นอันดับหนึ่งในทำเนียบเกียรติยศ(Hall of Fame) ของปี 2010 ด้วย

ดูนะขนาดการเข้าทำงานยังใช้คำว่า “Being Part of the Corporate Citizenship” จะไม่ให้พนักงนรักองค์กรได้อย่างไร ถึงได้ชื่อว่าเป็น Employee-focused Philosophy

ที่เขียนนี่ไม่ใช่ว่าจะชักชวนให้เปลี่ยนงานกันนะ แต่จะชี้ให้เห็นว่า ถ้าเราเป็นหัวหน้าแล้วรู้สึกว่าลูกน้องไม่เก่งหรือใช้ไม่ได้ล่ะก็ ต้องลองถามตัวเองว่าได้ปฏิบัติต่อลูกน้องอย่างถูกต้องหรือไม่ เชื่อใจพวกเขาหรือเปล่า ทีมนั้นจะเป็นอย่างที่เราปฏิบัติต่อเขานั่นแหละ ถ้าเราทำเหมือนกับว่าเขาไม่เก่งเขาก็ไม่เก่ง ถ้าเราเอาแต่บ่นว่าพวกเขาไม่มีระเบียบเขาก็จะไม่มีระเบียบ ถ้าเราเอาแต่ว่าพวกเขาว่าไม่ขยัน เขาก็จะขี้เกียจ พนักงานก็เหมือนกับกระจกสะท้อนให้เห็นตัวตนของหัวหน้านั่นแหละ

เพราะฉะนั้นถ้าคุณเป็นหัวหน้า หรือความจริงเป็นใครก็ได้ จะลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานก็ไม่ต่างกัน จงปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานอย่างที่คุณอยากให้เขาเป็น เช่นอยากให้เขาขยันจงปฏิบัติต่อเขาเหมือนกับว่าเขาขยัน อยากให้เขาเก่งจงปฏิบัติต่อเขาเหมือนกับว่าเขาเก่ง ถ้าต้องการคนดีจงปฏิบัติต่อเขาเสมือนว่าเขาเป็นคนดี นี่ฟังดูเหมือนเป็นมนต์วิเศษแต่ก็เป็นความจริง การปฏิบัติต่อเขาของเราจะทำให้เขาเกิดเป็นอย่างนั้นจริงๆ พนักงานที่ได้รับการปฏิบัติต่อเขาเหมือนเขาขยันไม่นานเขาจะรู้สึกขยัน ถ้าเขาได้รับการยอมรับว่าเขาเก่งเขาก็จะเก่งขึ้นๆ อย่างรวดเร็ว

ความจริงไม่จำเป็นต้องเป็นคนอื่นก็ได้ ลองกับดูเองดูก่อน สมมติเราอยากเป็นคนเก่งจงบอกตัวเองว่าฉันเป็นคนเก่งทุกวัน ตื่นเช้ามาส่องกระจกแล้วบอกตัวเองว่า “ฉันเก่งๆ” สิบครั้ง ห้ามหัวเราะนะต้องบอกอย่างจริงจังเหมือนเราบอกเพื่อนเราคนหนึ่ง ลองทำสามเดือนแล้วดูผลกัน คุณจะเริ่มมีความรู้สึกของความเก่งขึ้นมา แล้วพอเราเก่งแล้วนี่เราหยุดไม่ได้ เราก็ต้องเริ่มขวนขวายหาความรู้ใช่มั้ย ไม่งั้นมันก็เก่งขึ้นไม่ได้ มันก็จะเริ่มพัฒนาตัวเองขึ้น แล้วไม่ช้าเราก็จะเก่งขึ้นมาจริงๆ

Q.E.D.

Links
http://www.sas.com/jobs/corporate/index.html
http://www.sas.com/news/fortune2010.html

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s