ScrumBut อันตราย

สารภาพว่าที่ต้องเขียนโพสนี้เพราะไปอ่านบล็อกอันหนึ่งที่มีเพื่อนมาโพสไว้ใน agile66 เป็นเหตุบังเอิญอีกเพราะโพสล่าสุดในบล็อกนั้นดันมีเนื้อหาเกี่ยวกับ Agile Manager และยังย้ำด้วยว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่มีอยู่ในตำรา เนื้อหานั้นเน้นที่ข้อปฏิบัติของคนที่จะดำรงตำแหน่งนี้จะต้องทำเพื่อสร้างให้เกิด อไจล์ ขึ้นในองค์กร ซึ่งข้อควรปฏิบัตินั้นมี 16 ข้อ (มีข้ออื่นๆ ที่ไม่ได้นำมาลงไว้ด้วย) พออ่านดูทั้งสิบหกข้อแล้ว รู้สึกเลยว่ามันคือการบิดเปลี่ยนอไจล์เพื่อให้องค์กรที่ไม่พร้อมจะเป็นอไจล์ได้ใช้อไจล์ได้บ้างในบางเรื่อง หรือที่นิยมเรียกว่า “ScrumBut”

Scrumbut นั้นเป็น practice หนึ่งของ Scrum ที่ถูกหยิบยกกันขึ้นมามากเพราะว่าคนส่วนใหญ่ ไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง และไม่ได้พร้อมจะเปลี่ยน การที่เราเติม But ต่อท้าย practice ของ Scrum/Agile แต่ละอันนั้นมันต้องแลกมาด้วยคุณสมบัติบางอย่าง ซึ่งเราต้องรู้ก่อนว่ามันจะส่งผลอย่างไรต่อทีม

เราเป็นสกรัม แต่ เรามี standup meeting สัปดาห์ละครั้ง
สิ่งที่ต้องแลกคือ การ standup meeting จะยาวเพิ่มเป็น 5 เท่า คือถ้า ทำทุกวันใช้เวลา 15 นาที ทำเป็นอาทิตย์ ต้องใช้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง จึงจะสามารถสื่อสารสิ่งที่เกิดขึ้นได้ครบถ้วนตามที่ควรจะเป็น แล้วเราจะยืนได้หนึ่งชั่วโมงหรือ?

เรามี standup meeting แต่ เรานั่งประชุมกันในห้องประชุม เพราะต้องใช้เวลานานในการประชุม
เหตุที่ตาม practice ต้องการให้ยืนเพราะ ทำให้ทุกคนสนใจ รู้จักรวบรัดในการสื่อสารให้ได้ประสิทธิภาพ เมื่อนั่งประชุมแล้วความ active ก็มักจะน้อยลงและมีการเตรียมตัวมากขึ้นเพราะ มีแค่อาทิตย์ละครั้งถ้าพลาดอะไรไปก็ต้องคอยไปอีกอาทิตย์ เพื่อให้ทุกอย่างพร้อมจึงต้องมีการกำหนด agenda ให้ชัดเจนและมี minute of meeting ด้วยเพื่อกันลืม (อาจจะ extreme ไปหน่อย แต่ลองดูสิครับ ว่าจะเกิดจริงมั้ย) แต่พอเอาเข้าจริง 1 ชั่วโมงก็ไม่เสร็จ เราจึง

เรามี meeting แต่ ไม่เป็น time boxed
คือถ้าประชุมไม่จบ เราก็จะต่อไปอีกสักครึ่งชั่วโมง โดยถ้ายังไม่จบก็จะมีต่อนอกรอบ หรือ ให้ทีมทำรายงานมาส่ง เป็น weekly status

เห็นราคาที่เราต้องแลกหรือยัง ถ้ายังลองดูนะ การที่เรายืดเวลาออกจากทุกวันเป็นที่สัปดาห์ก็เท่ากับ feedback loop ที่กว้างขึ้น โอกาสที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงก็น้อยลง ความสามารถในการแข่งขันก็ลดลง ค่าความเสียหายเมื่อต้องเปลี่ยนก็มากขึ้น โอกาสที่การปรับเปลี่ยนนั้นจะได้รับการอนุมัติก็น้อยไปด้วย ยังไม่พอ พอต้องมานั่งหลายคนก็จะรู้สึกว่าเสียเวลาสู้เอาเวลาไปทำงานอย่างอื่นดีกว่า ก็จะเสียสมาธิไม่ค่อยสนใจ โอกาสพลาดข้อมูลสำคัญก็มีมากขึ้น ยิ่งถ้าผู้บริหารสนใจมากขึ้นเข้าไปด้วย แล้ว but ให้ทำรายงานก็ยิ่งไปแย่ไปใหญ่ ซึ่งพอมันนานการกระชับก็น้อยลงโอกาสไม่จบมันก็มากขึ้น สุดท้ายไอ้ที่ควรได้คุยก็ไม่ได้คุย แล้วพากันหลุดไปหมด

นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ ของการทำ ScrumBut ว่ามันอันตรายขนาดไหน แม้กับเรื่องเล็กๆ อย่างการประชุม สำหรับผมแล้วมันเป็นของสงวน สำหรับคนที่รู้ว่าตัวเองกำลังเล่นกับอะไรอยู่ มันต้องระดับ Master ถึงจะสามารถบิดเปลี่ยน Scrum/Agile ได้อย่างใจ ไม่งั้นแทนที่จะเพิ่มโอกาสสำเร็จ มันจะเป็นการทำให้ล้มเหลวเร็วขึ้นมากกว่า

ในทางตรงกันข้ามผมคิดว่า ScrumBut เป็นท่าที่เหมาะมาก หากคุณโดนกดดันจากผู้บริหารหรือทีมให้ใช้ สกรัม โดยที่คุณไม่ต้องการ เพียงแค่คุณค่อยๆ But ไปทีละนิดละหน่อย กว่า จะรู้ตัว พวกเขาก็ล้มเหลวกับมันแล้ว คุณก็จะสามารถนำระบบแบบเดิมที่คุณต้องการกลับมาใช้ได้ โดยมีหลักฐานชัดเจนแล้วว่า Scrum/Agile ไม่เวิร์คกับองค์กรของคุณ

ในทุกตำราโดยเฉพาะสกรัมพูดไว้ชัดเจนเลยว่า วิธีการเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ เรียบง่าย (simple) และ เบา (lightweight) ที่สุดแล้ว คือมันไม่มีอะไรให้ตัดออกเพื่อให้เบาขึ้นอีกแล้ว มีแต่ถ้าเปลี่ยนคือ หนักขึ้น ความคล่องตัวลดลง ประสิทธิภาพต่ำลง แต่ถ้าติด ไปต่อไม่ได้จริงๆ เช่นเพราะเป็นกฏบริษัทหรือเป็นกฏหมายจึงยอมให้ But ได้ ไม่ใช่คิดว่าทำไม่ได้หรือไม่สะดวกสบาย ก็เลยไปปรับเปลี่ยนมัีนซะอย่างนั้น แล้วบอกว่าจำเป็นนี่คงไม่ได้

สุดท้ายก็คงกลายเป็น

“เราใช้อไจล์ แต่ ไม่ใช่อไจล์”

Link
http://agilethailand.org/2012/01/16/agile-manager/

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s