ว่าด้วยเรื่อง Change

“Responding to change over following a plan” หรือที่มีคนแปลเป็นภาษาไทยว่า “การตอบรับกับการเปลี่ยนแปลง มากกว่าการทำตามแผนที่วางไว้” อาจจะเป็นเรื่องที่น่าสงสัยได้มากสำหรับคนที่เริ่มต้นใช้อไจล์ใหม่ๆ โดยเฉพาะถ้าหากว่าได้ทำงานในสิ่งแวดล้อมแบบตั้งเดิมมาสักระยะหนึ่ง เพราะว่า เชนจ์นั้นเป็นอะไรที่เจ็บปวด มีแต่โดนต่อว่า หรือเป็นเครื่องบ่งว่าการทำงานมีปัญหา ถ้าเป็นงานส่วนตัวก็อาจจะหมายถึงการขาดทุน แล้วจะบอกให้ยอมรับว่าให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ ได้อย่างไร

ความจริงแล้วในอไจล์นั้นไ่ม่ได้บอกเลยว่า ลูกค้าอยากเปลี่ยนเท่าไหร่ให้ยอมทำให้ฟรีๆ ความจริงแล้วคืออไจล์ไม่ยอมให้เกิดอย่างนั้นขึ้นเลย แต่อไจล์นั้นรับรู้ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี แต่ก็รับรู้ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอนเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการเข้าไปพยายามควบคุมการเปลี่ยนแปลงในแบบดั้งเดิมเลยไม่เกิดผล แถมยังเป็นการเสียแรงเสียเวลาต่างหาก มีมั้ยที่เราคิดว่า ในขณะที่หัวหน้าเราพยายามต่อรองเรื่องเช้นจ์กับลูกค้า เราคิดว่า ถ้าเอาเวลาไปทำให้เค้าก็เสร็จไปแล้ว แต่ก็อีกนั้นแหละ หัวหน้าเราก็จะบอกว่า ลูกค้านั้นได้คืบก็จะเอาศอก ถ้าไปยอมสักครั้งหนึ่งแล้ว เ้ค้าก็จะขอเราไม่หยุด แบบบอกว่า คราวที่แล้วยังได้เลย อะไรทำนองนี้

แล้วอไจล์ให้คำตอบเรื่องนี้ไว้อย่างไร หลายคนพออ่านประโยคข้างบนก็เบืือนหน้าหนีเสียแล้ว ว่าทำอย่างนี้โปรเจ็คก็ไม่จบกันพอดี ความจริงอไจล์บอกไว้ว่า ให้โฟกัสกับมูลค่าทางธุรกิจของลูกค้าให้มาก ถ้าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่จะทำเงินให้เค้า เราต้องทำ แต่เพราะมันทำเงิน เราก็ควรได้สิ่งนั้นด้วย พูดง่ายๆ คือ ถ้าเปลี่ยนแล้ว คุณได้เงินเพิ่ม เราก็ขอส่วนแบ่งด้วย คือ จ่ายเป็นเงินเพิ่มมา แล้วเราก็ต้องขอเวลาเพิ่มด้วยเพราะไม่มีอะไรฟรี การจะแก้ของที่ออกแบบไว้แล้ว ให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงนั้นมีค่าใช้จ่ายเพราะต้องรื้อของเก่าแล้วใส่ของใหม่เข้าไป นึกภาพถ้าเราปูกระเบื้องห้องน้ำ แล้วเค้าปูไปครึ่งหนึ่ง แล้วเราอยากเปลี่ยนสี ก็ต้องเสียค่าแรง ทุบกระเบื้องที่ปูไปแล้ว รวมกับค่าปูใหม่ รวมถึงค่ากระเบื้องทั้งที่ปูไปแล้วและยังไม่ได้ปูถ้าเอาของไปคืนร้านวัสดุก่อสร้างไม่ได้ รวมถึงค่ากระเบื้องลายใหม่ที่เราอยากได้ด้วย มันมีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น เราต้องอธิบายให้ชัดเจน แต่บางทีเนื่องจากโค้ดมันจับต้องได้ลำบาก ลูกค้าเราเลยไม่ได้นึกถึงก็เป็นหน้าที่ของเรา ต้องอธิบาย

แต่กรณีส่วนใหญ่แล้วมันไม่เป็นอย่างข้างบน นั่นเป็นเพราะการแก้นั้นมักไม่ได้ที่ให้เค้าได้กำไรเพิ่มขึ้นขนาดนั้น แล้วอะไรล่ะที่จะมาเป็นค่ีาใช้จ่ายสำหรับการเปลี่ยนแปลง คำตอบคือ จ่ายเป็น requirements งงมั้ยนะ? คือในช่วงต้นของโปรเจ็คมักมีการคุยถึงความต้องการทั้งหมดที่ลูกค้าต้องการ แต่ความจริงแล้ว ความต้องการในวันนั้นกับความต้องการจริงของลูกค้ามักคลาดกันไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้นอไจล์จึงเน้นมากว่าต้องทำเรื่องที่สำคัญก่อนเพราะเมื่อทำระบบไปแล้ว ลูกค้าจะเริ่มรู้ว่าอะไรต้องการจริงๆ อะไรตัดได้เพราะไม่ได้ต้องการเลยหรือต้องการไม่มาก เราสามารถเอาตรงนี้มาใช้เวลาที่เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ ว่า ถ้าเรื่องที่ต้องเปลี่ยนสำคัญมาก แล้ว เรื่องเก่าที่ต้องทำนี่ พักไว้ก่อน หรือตัดออกได้หรือไม่ สิ่งสำคัญคือต้องรับรู้ว่าไม่มีอะไรฟรีทุกอย่างต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น เรามีความต้องการจะให้ลูกค้าได้สิ่งที่ดีที่สุดที่เค้าสามารถจ่ายได้เสมอ ทุกอย่างเป็นเพื่อธุรกิจของลูกค้า เพราะถ้าเค้ามีกำไรเค้าก็มีเงินจ่ายเรา ถ้าเค้าเจ๊งเราก็เสียลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคตไป

การจ่ายเป็นรีไควเม้นต์ อาจจะฟังดูแปลกสำหรับคนที่ทำงานกับราชการหรือกึ่งราชการ เพราะต้องมีเอกสารกำหนดขอบเขต(TOR)ตั้งแต่ต้น ถ้าทำไม่ครบอาจจะตรวจรับไม่ผ่าน แต่ความจริงเรื่องตรงนี้ก็ไปที่ยอมรับมากขึ้นแล้วว่าเมื่อเอกสารไม่ตรงกับความเป็นจริงก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดูตัวอย่างจากโครงการแท๊ปเล๊ตสิ พอปลั๊กไปกำหนดว่าสามขา แต่ของมามีแค่สองขา ซึ่งเมื่อตรวจสอบกับมาตรฐานไฟบ้านเราก็เป็นสองขาจริง เราก็เปลี่ยนข้อกำหนดตรวจรับได้ ในกรณีทำนองนี้ในอนาคตถ้าเราอธิบายความเหมาะสมได้ มันก็ควรจะเปลี่ยนแปลงกันได้ (ใช่มั้ยนะ?)

สรุปคือ อย่าเสียเวลาปฏิเสธว่าเปลี่ยนแปลงไม่ได้เพราะถ้ามันต้องเปลี่ยนมันก็จะเปลี่ยนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่จงหาทางทำให้ความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นประโยชน์สูงสุดกับทั้งลูกค้าและก็ตัวเราเอง เมื่อผลลัพธ์ออกมาดีทุกอย่างก็ Happy Ending

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s