ว่าด้วยเรื่อง บารมี

วันนี้คุยกับน้องบี ค้างถึงเรื่องว่าด้วย บารมี แต่เน็ตเจ้ากรรมดันหลุดเลยเอามาว่าต่อในบล็อกก็แล้วกัน
สืบเนื่องจากผมมักพูดในที่ต่างๆ ว่า ที่สุดแล้วการจะสามารถนำอไจล์ไปใช้ให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัย บารมี แต่ไม่ได้ขยายความว่าหมายถึงอะไร หลายคนอาจจะตีความไปถึง ความน่าเกรมขาม มีพลังลึกลับ หรือ เป็นเรื่องไสยศาสตร์ไป ไม่ก็เป็นเรื่องอายุ ว่า ต้องคอยแก่ก่อน ถึงจะมีบารมีได้ อันนี้ไม่ค่อยจะตรงกับที่ผมพยายามสื่อเท่าไหร่นัก (ถึงแม้จะมีส่วนถูกบ้างก็ตาม)

ที่ผมบอกว่า บารมี นั้น เป็นคำที่ผมพยายามแปลมาจากภาษาฝรั่งว่า Trust ซึ่งส่วนมากจะแปลว่า ความเชื่อมั่น แต่ตัวมันเองไม่ได้บอกว่า แล้วจะทำอย่างไรถึงจะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้ หรือคนที่คนอื่นจะเชื่อมั่นได้ต้องเป็นอย่างไร ผมพยายามศึกษา ค้นคว้า ครุ่นคิด จนพบว่าคำที่ใกล้เคียง ที่สุดน่าเป็นคำว่า บารมี นี่แหละ

ลองคิดแบบบ้านๆ ก่อนว่า เราเชื่อคนๆ หนึ่งเพราะอะไร แต่ละคนคงมีวิธีดูแตกต่างกันไป เช่นว่า เค้าเคยทำอย่างนี้ได้ ครั้งนี้เค้าก็น่าจะทำได้เหมือนเดิม หรือเคยได้ยินมาว่าทำได้ทั่วไป เค้าก็คงจะทำได้ ไม่ก็ มีคนที่เราเชื่อบอกว่าเค้าทำได้ หรืออาจจะเป็นเค้าอธิบายเหตุผลว่า เค้าจะทำอย่างไรและจะประสพผลเพราะอะไร แล้วดูน่าเชื่อถือ เราจึงเชื่อ

ลองมาดูทางศาสนาพุทธดูบ้าง ว่า คนน่าเชื่อถือ (คนมีบารมี) นั้นเขาเป็นอย่างไร

บารมี 10

บารมีนั้นแปลว่า เต็ม คือ ต้องมีเต็มสิบอย่างนี้จึงจะเรียกว่า เต็มจริง

1. ทาน การให้โดยไม่หวังผล
คือ คนจะมีทานบารมีได้ ต้องมุ่งประสงค์เพื่อการให้แก่คนอื่น คือไม่ได้ทำเพื่อตัวเองแต่พุ่งเป้าไปที่ประโยชน์ที่อีกฝ่ายจะพึงได้พึงมี

2. ศีล การรักษาศีลให้เป็นปกติ
ศีลนั้นแปลว่า ปกติ คนมีศีลคือคนปกติ พวกไม่มีศีลก็เป็นคนผิดปกติ เอาที่ระดับเบื้องต้นคือศีลห้า ที่ว่า ไม่มุ่งร้ายคนอื่น ไม่เอาของคนอื่นมาเป็นของตัว ไม่หมกมุ่นในกาม (ไม่หื่นน่ะแหละ) ไม่พูดปด (อันนี้สำคัญ บอกว่างานเสร็จต้องเสร็จ บอกว่าไม่เสร็จ ก็ต้องไม่เสร็จ) ไม่มัวเมา (ไม่ใช่แค่เหล้าบุหรี่ มัวเมาในหลักทฏษฎีอย่างอไจล์นี่ก็ไม่ได้นะ) เท่านี้ก็ถือว่าเป็นคนปกติได้แล้ว

3. เนกขัมมะ การถือบวช
อันนี้ไม่ใช่ว่า ต้องไปบวชเป็นพระแล้ว ถึงจะมีบารมีได้นะ แต่หมายถึง ต้องห่างจากความอยากต่างๆ เช่น อยากให้เขานับถือเราว่าเก่ง อยากให้เขาฟังเราแล้วเชื่อ ต้องปราศจากความอยากให้เขาเชื่อ เขาถึงจะเชื่อ ถ้าอยากให้เขาเชื่อเขาก็ไม่เชื่อหรอก

4.  ปัญญา ความรู้
ต้องรู้ในเรื่องนั้นๆ อย่างถ่องแท้ อย่างอยากให้เขาใช้อไจล์ตัวเราเองก็ต้องศึกษาอไจล์ให้ลึกซึ้งถ่องแท้ ถ้าแค่อ่านหนังสือเล่มสองเล่มแล้วตั้งตัวเป็นอไจล์มาสเตอร์ จะให้คนอื่นเชื่อก็คงจะยากหน่อย

5. วิริยะ ความเพียร
ความเพียรพยายาม เราได้ยินมาตั้งแต่เด็ก พอโตมาเจอ “work hard != work smart” ก็งงจะเอาอย่างไหนกันแน่ ผมชอบที่เขาพูดว่า “If it doesn’t work, try something else” มากกว่า และคิดว่านั้นแหละคือความเพียร

6. ขันติ ความอดทนอดกลั้น
อดทน มันแปลว่า ความแข็งแกร่งของจิตใจคือ ไม่หวั่นไหวอะไรง่ายๆ ทำถูกครั้งเดียวบางทีเขาไม่เชื่อหรอก ต้องทำได้หลายๆ ครั้ง ต้องอดทนจึงจะได้

7. สัจจะ ความตั้งใจจริง เอาจริง จริงใจ
ตรงกับภาษาฝรั่งว่า consistent คือ คิดเหมือนอย่างที่พูด และทำเหมือนอย่างที่คิด คนหน้าไหว้หลังหลอกไม่มีคนเชื่อถือหรอกนะ

8. อธิษฐาน ความตั้งใจมั่น ไม่เปลี่ยนแปลง
คิอไม่เป็นคนโลเล วันนี้เอาอย่างพรุ่งนี้เอาอีกอย่างละ เชื่อถือไม่ได้

9. เมตตา ความรักด้วยความปรานี
คืออยากให้คนอื่นพ้นทุกข์หรือไม่มีทุกข์ คนเราพอมีปัญหาก็ทุกข์ ถ้าเราขจัดปัญหาของเขาได้เขาก็ไม่ทุกข์ และมีความเชื่อถือเรามากขึ้น

10. อุเบกขา ความวางเฉย
เคยอธิบายเรื่องนี้ไปแล้ว ว่า อุเบกขา คือ “actively doing nothing” เป็นหน้าที่หลักของคนจะเป็นอไจล์มาสเตอร์ ถ้าเข้าไปจัดการให้เขา เขาจะพัฒนาได้อย่างไร ต้องให้เขาเรียนรู้และสามารถคิดทำได้ด้วยตัวเอง

เอาไปพอหอมปากหอมคอ ใครอยากเอาอไจล์ไปใช้ในองค์กรให้ประสพความสำเร็จ ก็พยายามฝึกฝนให้เต็มครบสิบนะครับ

Link
http://th.wikipedia.org/wiki/บารมี

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s