รถตู้สาวรีย์ “ลีน”

People queue up for Van taxi in Bangkok

มันเริ่มมาจากรูปนี้ถูกโพส พร้อมบอกว่า

ไม่ “ลีน” เบยยย #รถตู้สาวรีย์

ผมเลยต้องออกมาแก้ว่า รถตู้เค้าลีนนะ และทักท้วงว่า เราเข้าใจลีนคลาดเคลื่อนไปหรือไม่

มีหลายคอมเม้นต์ พยายามมาตอบคำขอของผมที่ให้อธิบายว่ามันไม่ลีนอย่างไร ตัวอย่างเช่น

ไม่เกิด Flow … รถขาด ทำให้คนต่อคิวยาวเลย

waiting is waste. MUDA Muda Mudaaaa !!!

เค้าบอกว่า เพราะรถติด ควบคุมม่ะได้ เลย JIT ม่ะสำเร็จ

มันแสดงให้เห็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของเราต่อลีน ก่อนจะไปต่อผมคิดว่าเราคงต้องมานิยามกันก่อนว่า “ลีน” คืออะไร

ลีน นั้นมีสองมุมมองครับ
1. มุมกระบวนการผลิต – ลีนคือกระบวนการสร้างผลกำไรจากการลดต้นทุน ที่มีวิธีการตรงข้ามกับ Batch and Queue (ผลิตให้ราคาถูกโดยผลิตครั้งละมากๆ) ที่ได้ประโยชน์จาก economy of scales
2. มุมมองการบริหาร – ลืนคือหลักการบริหารที่ตรงข้ามกับการบริหารแบบ Command and Control (ระบบสายบังคับบัญชา)

เหตุผลที่ต้องอธิบายแบบ Contradiction เพราะถ้าอธิบายแบบตรงๆ จะต้องใช้ประมาณ 400 หน้ากระดาษ แต่คงทำให้เราเข้าใจลีนมากขึ้น เพราะเราน่าจะเข้าใจ Batch & Queue และ Command & Control พอสมควร อะไรที่ตรงข้ามคือลีนครับ

ทีนี้เรามาดูกันก่อนว่า รถตู้เป็นลีนอย่างไร เราต้องเข้าใจก่อนว่า รถตู้เป็นการขนส่งมวลชน ตัวอย่างขนส่งมวลชนที่ไม่ใช่ลีน ที่เห็นได้ชัดคือ รถไฟ ไม่ว่าจะ ธรรมดา ลอยฟ้า หรือใต้ดิน ก็ เป็น Batch & Queue ทั้งนั้น ลองมาดู รถไฟฟ้าก็ได้ รถไฟฟ้านั้นจะใส่จำนวนโบกี้ให้มากที่สุดเท่าที่มีคนขึ้น เพราะ ค่าไฟฟ้านั้นใส่หนึ่งตู้กับห้าตู้สิบตู้ก็ไม่ต่างกันมากแต่ถ้าตู้เปล่าก็จะไม่ได้ตัง เพราะฉะนั้นคนขึ้นเยอะเท่าไหร่ เขาก็กำไร มากขึ้นเท่านั้น และการควบคุมก็ซับซ้อน ต้องทำโดยคอมพิวเตอร์จากส่วนกลางเท่านั้น สายรถก็ต้องมีกำหนดล่วงหน้า เปลี่ยนแปลงไม่ได้ง่ายๆ ถ้ามีถนนตัดใหม่ จะเกิดรถไฟสายใหม่ ต้องใช้เวลาเป็นสิบปี และเงินหลายหมื่นล้าน นี่คือ สิ่งที่ไม่ลีน

จะเห็นว่า รถตู้นั้น ตรงกันข้ามกับรถไฟ ทุกอย่าง รถตู้นั้น มีขนาดจำกัด รับผู้โดยสารได้ครั้งละ 15 คนเท่านั้น ถ้ารับมากกว่านี้ผู้โดยสารจะโวยวาย เพราะต้องขี่คอหรือนั่งตักกัน จำนวนคนที่นั่งโดยสาร จะน้อยกว่าหรือเท่ากับ จำนวนรถ x 15 อยู่ตลอดเวลา จะเห็นว่า มีการจำกัด WIP (Work In Process) ได้ดีมาก ถ้าช่วงกลางวันผู้โดยสารน้อยลง รถจำนวนหนึ่งก็จะจอดพัก หรือไปรับจ้างอย่างอื่น คือ ไม่มีความสูญเปล่าวิ่งรถว่างโดยเด็ดขาด ถ้ามีถนนเส้นใหม่ไม่เกินเดือนหรือสองเดือนก็จะมีรถตู้สายใหม่เกิดขึ้นทันที เรียกว่ามีความยึดหยุ่นสูงมาก

ทีนี้ลองมาดูข้อแย้งของผมดูนะ

– ไม่ flow – รถทุกคันวิ่งบนถนนอยู่ตลอดเวลา มีการหยุดรับส่งน้อยเท่าที่จำเป็นเท่านั้น นี่คือสิ่งที่ลีนเรียกว่าการ โฟลว์ ครับ
– ต้องคอย เป็น มุดะ – การรอคอยเป็น มุดะ (ความสูญเปล่า) จริงครับ แต่มันคือการที่โปรเซสต้องคอยวัตถุดิบจากกระบวนการก่อนหน้า ในที่นี้ ผู้โดยสารเป็นวัตถดิบครับ ส่วนรถเป็นโปรเซส จะเห็นว่า ยิ่งมีแถวผู้โดยสารคอยมากเท่าไหร่ โอกาสที่รถจะต้องจอดคอย หรือมีที่ว่างก็น่อยลงเท่านั้น นี่เรียกว่า เกิดมุดะน้อยมากครับ ถือว่าดีในมุมมองแบบลีน (ส่วนผู้โดยสารจะหงุดหงิดไม่เป็นไร ตราบใดที่เขายังคอยอยู่ และไม่มีสายอื่นมาฉกคนไป)
– รถตู้ ไม่ JIT (Just In Time) – หลักการของระบบแบบทันเวลาพอดีคือ ทำสิ่งจำเป็น ในเวลาจำเป็น เท่าที่จำเป็น จะเห็นว่า รถตู้จะมีการเปลี่ยนคิว เพิ่มและลดจำนวนรถ ตามความหนาแน่นของผู้โดยสาร ถ้าคนคอยเยอะ เขาก็เพิ่มรถ คนน้อย ก็เอารถไปวิ่งอย่างอื่น เห็นไหม JIT จะตาย แค่เขาจะต้องรักษาคิวให้มีความยาวระดับหนึ่งตลอด เพื่อเพิ่มโฟลว์

หวังว่าคงได้มุมมองแบบลีนเพิ่มไปไม่มากก็น้อย และเหมือนเดิมนะครับ ติดใจตรงไหนก็ “#1. ไม่รู้ ให้ถาม” นะครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s