Security & Significance

What was that you just said? I wasn't listening.นานมาแล้วผมมีความเชื่อว่ามนุษย์เรานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเหตุผล แต่จากประสบการณ์การทำงานมานานกลับกลายเป็นว่า คนเรากลับตัดสินใจและกระทำในหลาย ๆ เรื่อง แตกต่างจากสิ่งที่ควรจะเป็นมากมาย บางครั้งสิ่งที่ลงมือกระทำจริงนั้นไปคนละทางกับสิ่งที่ควรทำเลย ยิ่งได้เรียนรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาและสังคมมากขึ้นเท่าไร สิ่งที่ได้ค้นพบกลับกลายเป็นว่าคนเรานั้น เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้เหตุผลน้อยมาก

ในชั่วระยะเวลาที่ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับเพื่อนมนุษย์หลายคนหลากหลายรูปแบบ วิชาหรือหัวข้อเนื้อหาที่มีโอกาสหยิบยก จนกลายเป็นหลักปฏิบัติประจำตัวคือ เรืองเกี่ยวกับ Security และ Significance หรือแปลเป็นไทยได้ว่า ความรู้สึกมั่นคงและความรู้สึกว่าตัวสำคัญ

จากการศึกษาโครงสร้างสมองนั้น ผู้เชี่ยวชาญได้แบ่งสมองออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน แต่มีการตั้งข้อสังเกตและค้นพบว่า สมองส่วนในสุดของมนุษย์เรานั้นมีหน้าที่และความสามารถกฃในการทำงานแบบเดียวกันกับสมองของสัตว์เลื้อยคลาน ในสถานการณ์ ตัวอย่างเช่น ถ้าเรากำลังยืนอยู่กลางถนนและมีรถบรรทุกวิ่งมาหาเรา เราจะสามารถหลบรถได้ โดยไม่จำเป็นต้องคิดหาเหตุผลว่า หลบทางซ้ายหรือทางขวาจะปลอดภัยมากกว่ากัน ทั้งนี้เป็นเพราะ สมองส่วนสัตว์เลื้อยคลานทำงานได้รวดเร็วกว่าส่วนใช้เหตุผลนั่นเอง

ประเด็นปัญหาคือในโลกเราทุกวันโอกาสที่เราจะอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างในตัวอย่างที่ เรายืนอยู่กลางถนน นั้นเกิดขึ้นน้อยมาก ในการทำงานจริงนั้นเรามักจะอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องใช้เหตุผลมากกว่า เช่นในการประชุมหาทางรับมือวิกฤติเศรษฐกิจ เป็นต้น แต่เมื่อมีการแสดงความคิดเห็นขัดแย้งกัน กลับกลายเป็นว่า สมองส่วนสัตว์เลื้อยคลานของเรากลับรู้สึกไม่ปลอดภัยและเป็นอันตรายจากการถูกบุกรุก จึงรีบตอบโต้โดยอัตโนมัติ ในรูปแบบของการ หนีหรือสู้ (Flight or Fight) ซึ่งถ้าสังเกตในห้องประชุม เมื่อมีการแสดงว่าคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อน เราจะเห็นว่ามีคนบางคน นิ่งเงียบหยุดแสดงความคิดเห็น(หนี) ไม่ก็แสดงความคิดเห็นอย่างรุนแรงและไร้เหตุผล(สู้) ซึ่งทั่งสองวิธีนั้นไม่ช่วยให้งานเดินไปข้างหน้าได้เลย

ปัญหาใหญ่นั้นคือ สมองส่วนสัตว์เลื้อยคลานของมนุษย์เรานั้นทำงานรวดเร็วกว่าสมองส่วนเหตุผลมาก เราจึงไม่สามารถควบคุมมันได้ดีนัก ดังนั้นวิธีการที่ถูกต้องจึงเป็นว่าเราจะต้องช่วยดูแลให้สมองสัตว์เลื้อยคลานของคนอื่นอยู่อย่างสงบ เพื่อที่เขาจะได้ไม่โจมตีเรา และสมองสัตว์เลื้อยคลานของเราจะได้สงบด้วย

จากการศึกษาเราค้นพบว่า มี 2 สิ่งที่ทำให้สมองสัตว์เลื้อยคลานของเรารู้สึกปลอดภัย

1. Security – ความรู้สึกมั่นคง

ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นได้เมื่อคนเรามีความรู้สึกว่า สถานการณ์อยู่ในลักษณะที่เขาเข้าใจและสามารถทำนายอนาคตได้ เพราะฉะนั้นการสื่อสารถึงแผนงานและสิ่งที่จะเกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาจะช่วยให้เขารู้สึกมั่นคงได้ สิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับเรื่องนี้คือ ความรู้สึกนี้จะไม่สูญหายไปแม้ว่า แผนงานหรือกำหนดการจะถูกเปลี่ยนระหว่างทาง แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าหากเขามีข้อมูลเรื่องนี้ไม่เพียงพอ หรือค้นพบเองว่าเรื่องจริงไม่ได้เป็นไปตามนั้นจะเกิดผลในทางตรงกันข้ามเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น ถ้าเรานัดเขาไว้ แปดโมงเช้า แต่เราไปเก้าโมงเขาจะหงุดหงิดและโกรธเรา แต่ถ้าในตอน เจ็ดโมงห้าสิบ เราโทรรายงานว่าเราเพิ่งตื่น และขอเลื่อนนัดเป็นสิบโมง อีกฝ่ายจะไม่โกรธหรือหงุดหงิดมากนัก และที่สำคัญ ถ้าหากเราไปถึงก่อนเวลานัดที่เลื่อนออกไป เช่นไปถึงเก้าโมงครึ่ง กลับสร้างความรู้สึกดี ๆ ได้มากกว่าไปตอนเก้าโมงโดยไม่ได้เลื่อนนัดเสียอีก

2. significance – ความรู้สึกว่าตัวสำคัญ

คนเราทุกคนนั้นต้องการความมีตัวตน และยิ่งเราได้รับรู้ว่าเรามีความสำคัญสมองส่วนสัตว์เลื้อยคลานของเราจะยิ่งรู้สึกปลอดภัย สิ่งที่แปลกคือ ความรู้สึกนี้สร้างได้ง่ายมากโดยการใส่ใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใส่ใจที่จะฟัง ลองคิดดูว่า เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้หรือไม่ ที่เมื่อเรามีปัญหาที่แก้ไม่ตก เพียงแค่ได้เล่าปัญหาให้ใครสักคนฟัง ก็กลับมองเห็นทางออกเสียได้ ทั้ง ๆ ที่ต้องคิดอยู่คนเดียวนั้นคิดไม่ออกเลย แต่พอมีใครสักคนฟังเราอย่างตั้งใจเท่านั้นแหละ ก็คิดออกได้ แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่ออีกฝ่ายพยายามหาทางออกให้โดยแนะนำอย่างโน้นอย่างนี้ เรากลับรู้สึกหงุดหงิดเสียได้ นั่นเป็นเพราะสมองสัตว์เลื้อยคลานของเรารู้สึกไม่ปลอดภัยนั่นเอง

การที่เราจะสร้างให้เกิดบรรยากาศสร้างสรรค์ขึ้นในทีมของเราได้นั้นเรามีความจำเป็นต้องทำให้ทุกคนเกิดความรู้สึกปลอดภัยโดยให้ ความรู้สึกมั่นคงและความรู็สึกว่าตัวสำคัญ แก่ทุกคน และต้องไม่ลืมว่า เป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องให้มันแก่เพื่อนร่วมทีม หาไม่แล้วตัวเราเองจะไม่สามารถทำงานอย่างมีเหตุผลได้ เทคนิคการสร้างความรู้สึกปลอดภัยนี้ก็แสนง่าย เพียงแค่แบ่งปันข้อมูลต่างอย่างเพียงพอ และรับฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ เพียงเท่านั้นบรรยากาศสร้างสรรค์ดี ๆ ก็เกิดขึ้นในทีมแล้ว

Advertisements

One thought on “Security & Significance

  1. อ่านแล้วก็นึกไปถึงเรื่อง สมอง 3 ระดับ ที่อาจารย์ผู้ล่วงลับท่านหนึ่ง เคยสอนผมไว้
    – สมองสัตว์เลื้อยคลาน
    – สมองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
    – สมองมนุษย์

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s