สัจจบารมี

สัจจบารมีผมเคยเขียน blog ไว้เมื่อนานมาแล้วว่า การที่จะนำอไจล์ไปใช้ได้ประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นกับ บารมี โดยเฉพาะของผู้เผยแผ่ (evangelist) วันนี้สิ่งที่แว้บเข้ามาในหัวคือ ใน บารมีทั้ง 10 นั้น (ดู ว่าด้วยเรื่อง บารมี) อะไรถือเป็นข้อใหญ๋ที่สุด

คำตอบที่ผุดขึ้นมาให้กับตัวเองคือ “สัจจบารมี

แล้วมันคืออะไรนะ? ลองมาดูกัน (เครดิต ดูจากลิ้งค์ ด้านล่าง)

สัจจบารมี หมายถึง ความจริง หรือความซื่อตรง พูดไว้อย่างไรก็ยอมรับตามนั้น ตั้งใจไว้อย่างไรก็ทำตามนั้น มุ่งแสวงหาความจริงหรือความถูกต้องเที่ยงธรรม และรักษาความเที่ยงธรรมไว้ ลักษณะแห่งสัจจบารมีทางกาย ได้แก่ การตั้งสัจจะกับตนไว้ว่า จะไม่ทำสิ่งชั่วร้าย จะไม่พูดสิ่งชั่วร้าย และจะไม่คิดสิ่งชั่วร้ายโดยประการต่างๆ จะทำแต่สิ่งที่ดีงาม จะพูดแต่คำจริง คำอ่อนโยน คำที่ทำให้เกิดความสามัคคีก่อให้ประโยชน์ จะไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ไม่อิจฉาตาร้อน เมื่อตั้งสัจจะไว้อย่างนี้แล้ว ก็ตั้งหน้าตั้งตารักษาสัจจะด้วยความซื่อสัตย์ต่อความตั้งใจของตน

สัจจบารมีในเบื้องต้น ได้แก่ ความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ซื่อสัตย์ต่อการงาน ซื่อสัตย์ต่อบุคคล และซื่อสัตย์ต่อความเที่ยงธรรม สูงสุดได้แก่การรักษาสัจจะยอมสละได้แม่ชีวิต เมื่อครั้งพระพุทธเจ้า ยังเป็นพระโพธิสัตว์ ได้บำเพ็ญสัจจบารมีอย่างแรงกล้า ไม่ยอมทิ้งสัจจะที่ได้พูดไว้ แม้จะต้องสละชีวิต

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าพูดแล้ว ต้องทำให้ได้ตามที่พูดนั่นแหละ คือการบำเพ็ญสัจจบารมี

ทำไมเราจึงต้อง บำเพ็ญ สัจจบารมี?

อไจล์นั้น เป็นของที่แปลกประหลาด เพราะต้องอาศัยความเชื่อ (ศรัทธา) เป็นตัวผลักดัน เพราะ “อไจล์นั้นต้องเชื่อก่อนแล้วทำ จึงจะเห็นผล ถ้าหากคอยให้เห็นผลก่อน แล้วจึงเชื่อ จะไม่มีวันได้เห็น” ทีนี้การที่เราจะพูดให้คนเชื่อได้นั้นมันต้องมีความน่าเชื่อถือเกิดขึ้นก่อน บางคนอาจจะบอกว่า นั่นเป็นสิ่งที่สร้างกันได้ แบบแต่งตัวให้ดูดี และมีอาจารย์หรือเอกสาร จะให้ดีให้ฝรั่งหัวทองมาพูดก็เชื่อเองแหละคนไทยน่ะ อันนี้ไม่จริงเลย คนเราจะเชื่อถือกันนั้นจะอาศัยประสบการณ์ ถ้าเราค้นพบว่า คน ๆ หนึ่ง ไม่ค่อยทำในสิ่งที่พูด เช่น นัดแล้วมาสายกว่าเวลา หรือ โกหกในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าง ตื่นสาย แต่บอกรถติด เราจะมีแนวโน้มที่จะไม่เชื่อถือสิ่งที่คนเหล่านี้พูด และถ้าบังเอิญเขาเป็นคนแนะนำอไจล์แล้ว กลับกลายเป็นว่า อไจล์กลับไม่ได้ผล เพราะคนฟังไม่เชื่อถือไปเสีย

การบำเพ็ญสัจจบารมีนั้น ยังมีการจำแนกเป็นระดับอีก 3 ระดับ คือ

(๑) สัจจบารมี ได้แก่ สัจจะที่บำเพ็ญด้วยความหนักแน่นแน่นอน รักพระโพธิญาณยิ่งกว่าคนที่รักและทรัพย์สิน แม้จะสูญเสียคนรักและทรัพย์สมบัติ ก็จะไม่ละทิ้งสัจจะ
(๒) สัจจอุปบารมี ได้แก่ สัจจะที่บำเพ็ญด้วยความหนักแน่นแน่นอน รักพระโพธิญาณยิ่งกว่าอวัยวะร่างกายของตน แม้จะสูญเสียคนอวัยวะร่างกาย ก็จะไม่ละทิ้งสัจจะ
(๓) สัจจปรมัตถบารมี ได้แก่ สัจจะที่บำเพ็ญด้วยความหนักแน่นแน่นอน รักพระโพธิญาณยิ่งกว่าชีวิตของตน แม้จะมีอันตรายเกิดขึ้นแก่ชีวิต ก็จะไม่ละทิ้งสัจจะ

จะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ จะถึงชั้นสูงได้นี่ถึงขนาดยอมตาย แต่ไม่เสียสัตย์กันเลยทีเดียว

แล้วพวกคุณล่ะ จริงจังกับคำพูดตัวเองแค่ไหน เคยมั้ยที่พูดแล้วคนฟังไม่ค่อยเชื่อ หรือทำตาม ลองสำรวจดูระดับ สัจจบารมีของตัวเองดูว่าอยู่ในระดับใด ควรค่าแก่การเชื่อถือของบุคคลอื่นหรือไม่

link
http://www.jariyatam.com/ten-fo-buddha/59-2009-06-21-02-06-12

Advertisements

3 thoughts on “สัจจบารมี

  1. Pingback: ทำอย่างไรเมื่อทีมต้องรับงานสองโปรเจ็คพร้อมกัน | Korn4D Agile Blog

  2. Pingback: เมตตาบารมี | Korn4D Agile Blog

  3. Pingback: อไจล์กับวันโกหกโลก | Korn4D Agile Blog

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s