Halo Effect

halo “ฮาโลเอ๊ฟเฟ็ก” มีที่มาจากการที่ภาพเขียนต่าง ๆ เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ ถ้าหากใครเป็นทูตสวรรค์ก็จะมีวงแหวน อยู่บนหัว เพราะฉะนั้น ถ้าเราเห็นใครมีวงแหวน บนหัวก็จะเหมารวมว่า คน ๆ นั้นเป็นทูตสวรรค์ ซึ่งความจริงอาจจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ก็ได้

ผมขอแปลคำว่า Halo Effect นี้ว่า “ปรากฏการณ์เหมารวม” กล่าวคือในชีวิตประจำวันของเรานั้น เรามักจะเหมารวมว่า คน ๆ หนึ่งจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้จากการที่เราเห็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่างเช่น คนใส่แว่นเป็นคนเรียนเก่ง หรือ คนรวยต้องขี้เหนียว เป็นต้น

คำว่า ฮาโลเอ๊ฟเฟ็ก หรือ ปรากฏการณ์เหมารวมนี้ ถูกนำมาใช้อธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งทางด้าน สังคม เศรษฐศาสตร์ การตลาด การบริหาร และสาขาอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นเครื่องยืนยันว่า มนุษย์เรานี้ เป็นนักตัดสินที่แย่ขนาดไหน

ตัวอย่างของเคสที่มีปรากฏการณ์เข้าไปเกี่ยวข้อง

ในห้องเรียนเมื่อคุณครูตรวจข้อสอบ(แบบปรนัย) เด็กที่แสดงให้เห็นว่าตั้งใจเรียนในห้องมักจะได้คะแนนมากกว่า เด็กที่ไม่ค่อยแสดงว่าตั้งใจเรียน เพราะคุณครูตัดสินแบบเหมารวมว่า นักเรียนที่ตั้งใจเรียน เป็นเด็กฉลาดและเรียนเก่ง

ในศาล มีการสังเกตพบว่า ผู้ต้องหาที่มีบุคลิกหน้าตาดี จะมีโอกาส ถูกลงโทษน้อยกว่า ผู้ต้องหาที่มีบุคลิกหน้าตาด้อยกว่า และถึงแม้่ว่าจะถูกลงโทษก็จะโดนเบากว่าอีกด้วย

ในที่ทำงาน หัวหน้างานมักจะประเมินให้พนักงานที่แลดูมีความตั้งใจทำงาน ได้คะแนนมากกว่า คนที่แลดูตั้งใจน้อยกว่า ซึ่งปรากฏการณ์นี้นำไปสู่ความรู้สึกที่ว่า เลียนายแล้วได้ดี

ลากเข้าเรื่องอไจล์ ความรู้เกี่ยวกับ ปรากฏการณ์เหมารวม หรือ ฮาโลเอ๊ฟเฟ็ก มีประโยชน์มากเมื่อเราทำงานในสิ่งแวดล้อมแบบอไจล์ ถ้าไม่นับว่าทำไมการมีหัวหน้าคอยประเมินนั้นไม่เป็นผลดี และ อไจล์ก็บอกว่า ให้เลิกระบบนั้นเสีย เรายังสามารถนำความรู้เรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ได้อีกมาก ตัวอย่างเช่น

ในการ estimate ถ้าเรื่องที่คล้ายกัน ควรจะมีความยากง่าย พอ ๆ กัน อันนี้อาจจะไม่จริงเสมอไป เราจะต้องดูเป็นเรื่อง ๆ แยกจากกันให้ขาด

เมื่ออไจล์ใช้ทีมบริหารกันเองแล้ว ก็ควร ให้ภายในทีมประเมินกันเอง อันนี้ก็ใช้ไม่ได้ เพราะ ทีมก็เป็นคนเหมือนกับ manager และมี Halo Effect เช่นเดียวกัน

การเขียนโค้ด ของสตอรีหนึ่งใช้เทคนิคหนึ่ง พอ มีอีกสตอรีที่คล้ายกันก็ใช้เทคนิคเดิมโดยไม่ไตร่ตรอง หรือเกี่ยวกับการ test เช่น story หนึ่งมีการเทสแบบนี้แล้วได้ผลดี พอมีอีกสตอรีคล้าย ๆ กัน ก็เพิ่มให้มีการเทสแบบเดิมโดยไม่ไตร่ตรอง

พูดง่าย ๆ คือ เราต้องรู้ทันตัวเองว่าเราก็เป็นคน เหมือนกัน และสามารถถูกครอบงำด้วย Halo Effect ได้ตลอดเวลา ทางที่ดีจะต้องไตร่ตรองทุกเรื่องอย่างรอบคอบ ห้ามเหมารวมอย่างเด็ดขาด ถ้าหากเรื่องใดสามารถวัดเป็นตัวเลขได้ (Quantitative) ก็ควรอาศัยตัวเลขเป็นเกณฑ์มากกว่า ใช้เพียงแค่ความรู้สึก เพราะเราได้เรียนรู้แล้วว่า สิ่งที่เรียกว่า ความรู้สึก ของเรานั้น เชื่อถือไม่ได้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s