สงฆ์ เป็น ทีม

สงฆ์

ยิ่งศึกษาอไจล์เท่าไหร่ ผมก็รู้สึกว่า ศาสนาพุทธนั้นมีความเป็นอไจล์สูงมาก อไจล์นั้นมีความเป็นศาสนาพุทธสูงมาก ลองมาดูกันอย่างคำที่คุ้นหูพวกเรากันดีอย่างคำว่า “สงฆ์”

หลายคนจะสับสนระหว่างคำว่า สงฆ์ และคำว่า  ภิกษุ โดยเรียกเป็น พระสงฆ์ ซึ่งความจริงนั้น ผิด ต้องเรียกว่า พระภิกษุ แปลว่า ผู้ถือบวชในพระพุทธศาสนา โดยมีลักษณะนามเป็น รูป เช่น พระภิกษุ 2 รูป เป็นต้น

ส่วนคำว่า สงฆ์ นั้น เป็นคำเรียกรวม หมู่ภิกษุ ที่มีกิจกรรมร่วมกัน จะเห็นได้ว่า สงฆ์นั้นเป็น ทีม ไม่ใช่ภิกษุรูปเดียวจะเป็นสงฆ์ได้ นอกจากนั้น ถ้าเราไปดูในบทสวด สังฆคุณ ยังพบอีกว่า

จตฺตาริ ปุริสยุคานิ อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา

“ได้แก่บุคคลเหล่านี้ คือ คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ” นั่นไง นอกจากเป็นทีมแล้ว ยังกำหนดด้วยว่าเป็น คู่ (Pair)  4 คู่ นับรวมเป็น 8 รูป

ส่วนกิจกรรมที่สงฆ์ทำร่วมกัน เราเรียกว่า “สังฆกรรม” ตรงนี้น่าสนใจเพราะ ข้างบน บอกแล้วว่า 4 คู่ แต่พอบทสังฆกรรม กลับบอกว่า ใช้ สงฆ์ซึ่งประกอบด้วย ภิกษุ ตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไป (ตรงนี้ผมเดาเอาเองว่า 8 รูปนั้นหายาก ยิ่งในที่กันดารยิ่งหายาก เลยมีการบิดพระวินัยไป-ซตพ.)

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ การตัดสินใจเรื่องใดๆในหมู่สงฆ์ (ทีม) นั้น ต้องใช้ ฉันทามติครับ

พูดถึงสังฆกรรมนั้น เวลาประชุมสงฆ์ ญัตติ สงฆ์ต้องไม่ค้าน ต้องเป็นฉันทามติทั้งหมด เสียงส่วนน้อยให้ค้านไว้ในใจ เพราะค้านเมื่อไหร่ก็แพ้ ธรรมวินัย บัญญัติไว้ให้สงฆ์ปกครองสงฆ์ ไม่ให้มีความแตกแยก ผู้ที่เป็นบัณฑิต ผู้ที่มีหลักมีเกณฑ์ ผู้ที่เป็นสัมมาทิฏฐิ จะเห็นดีเห็นงาม เห็นตามธรรมวินัย

นอกจากใช้ฉันทามติ แล้ว ยังใช้หลักการสงฆ์ปกครองกันเองโดยไม่มีผู้ปกครอง

พระเทวทัตไปขอปกครองสงฆ์ พระพุทธเจ้าไม่ให้ แล้วพระพุทธเจ้าบอกว่า แม้แต่สารีบุตร โมคคัลลานะ เป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายและเบื้องขวา เรายังไม่ให้เลย แล้วเทวทัตเป็นใคร จะให้เทวทัตปกครองสงฆ์ เราให้สงฆ์ปกครองสงฆ์กันเอง

นี่เองเป็นที่มาของพุทธดำรัสที่ว่า

“ดูก่อนอานนท์  ธรรมก็ดี  วินัยก็ดี  ที่เราได้แสดงไว้   และ บัญญัติไว้ด้วยดี  นั่นแหละจักเป็นพระศาสดาของพวกท่านสืบแทนเราตถาคต  เมื่อเราล่วงไปแล้ว”

การที่ใครจะบวชได้เขามีข้อห้ามอันหนึ่งคือ ห้ามผู้ทำ “สังฆาเภท” คือผู้ทำให้สงฆ์แตกความสามัคคี ซึ่งเป็นกรรมหนัก – อนันตริยกรรม ซึ่งในหมู่กรรมหนักด้วยกัน ถือว่า เป็นข้อที่หนักที่สุด เรียกว่า ห้ามสวรรค์ ห้ามนิพพาน กันเลย ซึ่งทำให้เห็นว่า ศาสนาพุทธ ให้ความสำคัญของความเป็นทีมของหมู่สงฆ์มากแค่ไหน

สรุปคือ สงฆ์ นั้น เป็นทีม จัดเป็น 4 คู่ Pair โดย การจะทำสังฆกรรมใด ๆ จะต้องใช้มติ แบบเป็นเอกฉันท์ และมีการจัดการแบบ Self-Managed Team

เห็นมั้ย อไจล์ ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย

links

http://jdluangta.blogspot.com/2013/09/blog-post.html
– http://th.wikipedia.org/wiki/อนันตริยกรรม
– http://www.dhammahome.com/front/webboard/show.php?id=17502

Advertisements

2 thoughts on “สงฆ์ เป็น ทีม

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s