วิกฤตการณ์โปรแกรมเมอร์ไทยเกิดขึ้นเพราะการศึกษา

ฟังคุณหมอพร พูดถึงระบบการศึกษาไทยจนถึงประโยคที่ว่า “การศึกษาปกติสร้างขึ้นมาเพื่อคนส่วนใหญ่” เลยถึงบางอ้อ กับคำถามที่เรานำมาเป็นหัวข้อสนทนาใน open session ของ Agile Thailand 2012 ที่ว่า “วิกฤตการณ์โปรแกรมเมอร์ไทย แก้ได้ด้วยอไจล์” ว่ามันเป็นเพราะอะไร

เป็นอย่างที่คุณหมอบอกว่า การศึกษาของเรานั้น วางแผนการเรียนการสอนเพื่อตอลสนองคนส่วนใหญ่ ประเด็นปัญหามาจากว่า คนส่วนใหญ่คือใคร ในสังคมของไทยนั้น คนส่วนใหญ่จะมีอาชีพการงานปกติ เช่น แพทย์ วิศวกร(สร้างบ้าน สร้างตึก ไฟฟ้า น้ำ เกษตร) ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ฯลฯ จะเห็นสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ อาชีพเหล่านี้มีมานานเกินกว่าร้อยปีทั้งนั้น

ทีนี้มาดูอาชีพโปรแกรมเมอร์ล่ะ อาชีพนี้เพิ่งมามาเติบโตเมื่อราว 30 ปี ก่อนเท่านั้นเอง เพราะก่อนหน้าที่ IBM จะผลิตเครื่อง PC ขึ้นใน ปี 1981 นั้นการเขียนโปรแกรมยังไม่เกิดเป็นอาชีพจริงจัง น่าจะเรียกว่า เป็นเพียงแค่สาขาหนึ่งของวิทยาศาสตร์เท่านั้นเอง

หลักสูตรการเรียนการสอนในประเทศไทยนั้น จะมีการปรับปรุงทุกราว 10 ปี (ถ้าจำไม่ผิด) ถ้าเป็นตามนี้หมายความว่า เราเพิ่งผ่านการปรับปรุงมาเพียง 3 iterations เท่านั้น ซึ่งเป็นรอบที่กว้างเกินไป และไม่สามารถตามพัฒนาการในวงการคอมพิวเตอร์ที่เปลี่ยนแปลงทุก 12-18 เดือนได้

นี่เองจึงเป็นเหตุผลให้ทรัพยากรมนุษย์ที่เราสร้างขึ้นมาจึงไม่สามารถตอบสนองต่อตลาด โปรแกรมเมอร์ไทยได้ ส่ิงที่เกิดตามมาคือแรงกดดันมหาศาลต่อมนุษย์ที่ต้องมาทำงานที่ตนเองไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อทำมัน สุดท้ายจึงกลายเป็นการท้อถอยหมดกำลังใจ และออกจากวงการไปในที่สุด

ส่วนบางคนที่พอทนได้ก็ต้องการที่จะออกจากรูปแบบการทำงานนี้ให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะผันตัวเองไปเป็น ผู้จัดการ นักวิเคราะห์ หรือ นักทดสอบ ทั้งหมดคือบทพิสูจน์ถึงความล้าหลังของระบบการศึกษาในปัจจุบัน ที่ไม่สามารถผลิตบุคคลากรให้มีความสามารถตรงกับตลาดแรงงานได้ และความล้าหลังนี้มีแต่จะมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ ระดับความเร็วของการเปลี่ยนแปลง(pace)ที่แตกต่างกันมากเกินไปนั่นเอง

ถ้าลองดูวิดีโอที่ผมยกมาข้างบน จะเห็นว่าช่องว่างนี้ไม่ได้เพิ่งมีในระดับอุดมศึกษาอย่างที่หลายคนเข้าใจ หากแต่เริ่มตั้งแต่ระดับก่อนวัยเรียนเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นแม้ว่าจะมีการแก้ไขระบบการศึกษาตั้งแต่วันนี้ (ซึ่งจากการติดตามข่าวบ้านเมืองคนเป็นไปได้ยาก) ก็ยังต้องใช้เวลาอีก ไม่น้อยกว่า 18 ปี จึงจะสามารถผลิตมนุษย์ที่พร้อมรองรับตลาดนี้ได้

คำแนะนำสำหรับท่านที่กำลังศึกษาในสายงานนี้ คงหนีไม่พ้น จงหลีกเลี่ยงที่จะทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ ถ้าท่านไม่มีใจรักจริง เพราะท่านมีโอกาสล้มเหลวสูง เนื่องจากความพร้อมของท่านมีน้อยเหลือเกิน ต้องใช้ความวิริยะ-อุตสาหะ ส่วนตัวอย่างมากจึงจะสามารถเดินทางในสายนี้ได้ เพราะการศึกษาไม่ได้เตรียมท่านมาเพื่อการทำงานนี้

สำหรับท่านที่เตรียมตัวเตรียมใจแล้วที่จะเป็นโปรแกรมเมอร์ ส่ิงที่ท่านต้องเตรียมตัวเพิ่มเติมคือ

1. ภาษาอังกฤษ และ ภาษาท้องถิ่นอาเซียน อีกอย่างน้อย 1 ภาษา – เมื่อตลาด AEC เปิดจะมีโปรแกรมเมอร์ต่างชาติเข้ามาหางานทำในไทยมากขึ้น คนเหล่านี้มีความพร้อมมากกว่าท่านในการทำงานสายนี้ จึงทำให้ท่านต้องผันตัวเองเป็นหัวหน้างาน หรือ ผู้ประสานงานมากขึ้น เพราะเจ้านายคนไทยคงจะสบายใจกว่าที่จะมีหัวหน้างานเป็นคนไทย

2. ความสามารถในการในการสื่อสารกับมนุษย์ – นอกจากภาษาแล้วการสื่อสารกับมนุษย์นั้นต้องอาศัยทักษะอีกหลายด้าน เช่น ทักษะการฟัง ความเป็นผู้นำ การพูดในที่ประชุมชน เป็นต้น สิ่งที่เหล่านี้คือสิ่งที่จะทำให้ท่านโดดเด่นจากคนไทยด้วยกัน และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้างาน เพราะลองคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าเดิมมีโปรแกรมเมอร์ 10 คน เปลี่ยนเป็นชาวต่างชาติครึ่งหนึ่ง คงมีเพียงหนึ่งหรือสองในห้าคนเท่านั้นที่จะได้เป็นหัวหน้างานที่เหลือก็คงต้องไปทำงานอื่น

3. ความรู้ในด้านธุรกิจ และความเป็นเจ้าของกิจการ – ธุรกิจในอนาคตการที่จะมาคอยรังคำสั่งเป็นสิ่งที่ช้าเกินไป ทุกภาคส่วนจะต้องคิดเองได้ โอยนัยยะสำคัญว่าจะต้องคิดในเชิงธุรกิจ เสมือนว่าแต่ละส่วน เป็นหน่วยธุรกิจอิสระของตนเอง(start-up) ความสามารถนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่หากใครไม่มี ก็จะไม่สามารถยืนระยะในตลาดได้

4. ความรู้ในสายงานธุรกิจแบบไฮบริดจ์ – ซอฟแวร์คอมพิวเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจอื่น เราไม่สามารถทำงานเกี่ยวกับซอฟแวร์โดยปราศจากความรู้ความเข้าใจในธุรกิจที่นำซอฟแวร์นั้นไปใช้ การมีอีกตำแหน่งงานที่มีความรู้ด้านธุรกิจ อย่าง Business Analyst เป็นสิ่งฟุ่มเฟือยเกินจำเป็นและไร้ประสิทธิภาพ โปรแกรมเมอร์จะต้องเป็นผู้มีความรู้ด้านนั้น ๆ เป็นอย่างดี นี่เองจะเกิดการเรียนรู้ต่อยอดจากภาคธุรกิจ เพราะในอนาคตการให้คนที่มีความสามารถด้านนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น ให้นักโภชนาการมาเรียนเขียนโปรแกรม จะง่ายกว่าการสอนโปรแกรมเมอร์ให้รู้เรื่องโภชนาการเป็นไหน ๆ เมื่อท่านเลือกจะเป็นโปรแกรมเมอร์แล้วจะต้องเลือกต่อด้วยว่าจะเชี่ยวชาญด้านใด

พอหอมปากหอมคอเท่านี้นะ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s