ซอฟแวร์ไทยจะไปอยู่ตรงไหนของเวทีโลก

ก่อนหน้านี้ผมมักได้ยินผู้ใหญ่ในวงการฝันว่า ซอฟแวร์ไทยจะก้าวไปแข่งกับอินเดียและจีนในเชิงว่าทั้งสอง เป็นแหล่ง outsource ใหญ่ที่สุดของโลกตอนนี้ ผมไม่คิดว่าไทยจะเป็น และควรเป็นอย่างนั้น

ข้อด้อยมาก ๆ ของไทย คือเรื่องภาษา คนของเราที่เก่งภาษาเอาแค่ภาษาอังกฤษก็พอ กลับกลายนักเรียสายศิลป์ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า ไม่เขียนโปรแกรม ส่วนสายวิทย์ของเรานั้นเป็นที่รู้กันว่า ไม่ค่อยจะถูกโรคกับวิชาด้านภาษาสักเท่าไหร่ นี่คือข้อด้อยอันดับหนึ่งของไทย เอาแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวฝันไทยไปเป็น outsource ของโลกก็แทบจะดับแล้ว เพราะการจะ outsource จากเขาได้นั้นการสื่อสารต้องทำได้ก่อน เรื่องที่สองคือความนุ่มนวลของคนไทย ที่อะไร ๆ ก็ OK Yes Good ฝรั่งมองไทยกลายเป็นคนของเราไม่ค่อยมีสมอง คิดเองไม่ค่อยเป็น ต้องคอยสั่งทุกขั้นตอน ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นแต่เป็นจากวัฒนธรรมที่เราจะไม่ขัดแย้งกันง่าย ๆ (แต่ก็ไม่แน่นะ ดูจากการเมืองตอนนี้ต่อไปเรื่องนี้อาจจะเปลี่ยนไปมากก็ได้)

ลองมาดูข้อดีกันบ้าง ข้อแรก คนไทยมีความเป็น teamwork สูงมาก หลายคนได้ยินอย่างนี้คงตกใจ แต่จากการได้สัมผัสฝรั่งหลายชาติ ทั้ง อเมริกา และยุโรป ทุกคนสรุปตรงกันว่า คนไทยทำงานเป็นทีมได้ดีกว่า ฝรั่ง เราไม่ค่อยเรื่องมาก และวัฒนธรรมเกรงใจทำให้เรามีการกระทบกระทั่งกันต่ำ และยอมรับกฏกติการได้ง่าย และอยู่ในกฏดี ข้อสอง คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์สูง จากประสบการณ์เมื่อลองเปรียบเทียบเวลาเพื่อน ๆ ได้ทำงาน ที่ไม่ใช่งานประจำ เช่น งานเลี้ยงประจำปี หรือ trip บริษัท ทุกอย่างมีความแปลกใหม่ ลงตัวมาก แต่พอเป็นงานประจำกลายเป็นว่า ทุกคนเหมือนปิดสวิตช์เพราะความเกรงใจและเคารพผู้ใหญ่ เลยกลับเป็นหุ่นยนต์ทันที ข้อสาม คนไทยมีความละเอียดอ่อน รอบคอบ และมีความรับผิดชอบสูง สังเกตว่าคนไทยถ้างานไม่เสร็จจะไม่ยอมกลับบ้าน หรือถ้ากลับก็เอางานมาทำต่อ ต่างจากบางชาติที่หมดเวลาจบ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

จากการรวมข้อดีข้อเสียเข้าด้วยกัน ผมมีความเห็นส่วนตัวว่า คนไทยนั้น ไม่ควรเดินตามอย่าง อินเดีย และจีน โดยเด็ดขาด เพราะไม่ใช่จุดแข็งของเรา แต่เราควร พัฒนาไปในด้าน การออกแบบ อนิเมชั่น และงานในกลุ่มที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างพวก ครีเอทิฟ มากกว่า และเนื่องจากเราทำงานกันเป็นทีมได้ดี คนพรีเซ๊นต์ไม่จำเป็นต้องเป็นคนทำเสมอไป เราจึงควรแบ่งแยกงานคนทำส่วนหนึ่ง คนขายอีกส่วนหนึ่ง

อีกสายงานหนึ่งที่เหมาะกับเราคือ งานสาย QA เนื่องจากคนของเรามีความรับผิดชอบสูง ละเอียดรอบคอบ งานควบคุมคุณภาพจึงเหมาะสมมาก จินตนาการได้ว่า ฝรั่งคิด แขกกับเจ๊กเป็นคนเขียน ส่วนเรื่องตรวจสอบต้องส่งมาไทย อะไรทำนองเนี้ย

งาน QA ในยุคหน้าจะไม่ใช่พนักงานคลิ๊กเหมือนปัจจุบันเพราะ อไจล์จะทำให้การพัฒนาซอฟแวร์เกิดขึ้นรวดเร็วมากจนการมานั่ง manual test รับไม่ไหว งาน QA ในอนาคตจึงต้องเป็นการเขียนโปรแกรมเพื่อ test โปรแกรม อย่างที่เรียกว่า Automate testing เท่านั้น นอกจากนี้ QA ยังต้องมีหน้าที่เป็นผู้มีความรู้ลึกซึ้งในเชิง business เพราะ ในยุคอไจล์จะไม่มี Software Requirement Spec และ Detail Design มาให้อ่าน เป็นเล่ม ๆ อีกแล้ว QA จึงต้องมีความรู็เกี่ยวกับซอฟแวร์ที่จะ test อย่างลึกซึ้ง และไม่เพียงต้องทำ Validation (make the thing right?) ยังต้องทำ verification (make the right thing?)

สำหรับน้อง ๆ ที่จะเตรียมตัวออกสุ่ตลาดงานในอนาคต ผมขอแนะนำเลยว่า อย่าเพียงเรียนในสายวิชาคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว ควรจะออกไปศึกษาวิชานอกภาคด้วย ถ้าชอบศิลป์ ให้ไปทาง Digital Design หรือ Animation ไปเลย ถ้าชอบ business ให้เรียนด้าน ธุรกิจ บัญชี หรือ บริหารควบคู่ไปด้วย ถ้าชอบเงิน ๆ ทอง ๆ ให้เรียนการเงิน แต่ถ้าหัวมาทางวิทยาศาตร์ ให้เรียนสายรองคู่ อย่างเช่น ชีวพันธุศาสตร์ หรือไม่ก็ เคมี ฟิสิกส์ ไปด้วย ต่อไปจะไม่มีคำว่า อาชีพโปรแกรมเมอร์ ที่เขียนตามสั่งอีกแล้วครับ เตรียมตัวกันได้เลย

อีกเรื่องคือ ภาษาที่สองที่สาม อันนี้เป็น plus แต่เป็นตัวชี้เลยว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน อย่างมุ่งแต่ภาษาอังกฤษอย่างเดียว ภาษาที่เราไม่เคยคิดจะเรียนเช่น เขมร มาลายู เวียดนาม ฯลฯ ต่อไปจะเข้ามามีบทบาทอีกมาก เพราะ ตลาดเกิดใหม่อยู่แถวนี้ทั้งนั้น

ขอจบแบบงง ๆ แต่เพียงเท่านี้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s