เลื่อนชั้นในโรงเรียนแตกต่างจากเลื่อนตำแหน่งในที่ทำงานอย่างไร

ผมมักจะเปรียบเทียบสถานการณ์ต่าง ๆ ระหว่าง โรงเรียนและที่ทำงานอยู่เป็นประจำ เพราะพวกเราถูกหล่อหลอมมาจะระบบในโรงเรียนกันทุกคน แต่พอมาทำงานจริง ๆ แล้ว หลายสิ่งหลายอย่างกลับไม่เหมือนกัน แต่ว่าเป็นเพราะเราผ่านการศึกษาในโรงเรียนมา ระบบต่าง ๆ ของมันกลับฝังรากลึกจน จิตใต้สำนึกของเรายังใช้กฏต่าง ๆ ในโรงเรียนมาตัดสินชิวิตจริง จนเกิดสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นขึ้นในสิ่งแวดล้อมการทำงานของเรา จนทำให้เราก้าวหน้าในหน้าที่การงานไม่ได้เท่าที่ควรจะเป็น

เรื่องหนึ่งที่ไม่เหมือนกัน ระหว่างที่ทำงานและโรงเรียน แต่บางครั้งเรากลับมองข้ามไปคือ การเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่ง ในโรงเรียนนั้น เวลาที่เราจะได้รับการเลื่อนชั้น เราจะต้องแสดงให้เห็นว่า เรามีความสามารถเท่ากับชั้นเรียนปัจจุบันของเรา ตัวอย่างเช่น สมมติเราเรียนอยู่ชั้น ป.4 เราก็จะเจอข้อสอบของชั้น ป.4 และเราจะสามารถเลื่อนไปเรียนชั้น ป.5 ได้ถ้าหากเรามีความรู้สมบูรณ์ คือ ผ่านเกณฑ์ความรู้ของชั้น ป.4

แต่ในที่ทำงานนั้น การจะเลื่อนขั้น จากตำแหน่งหนึ่งไปยังตำแหน่งที่สูงขึ้น เราจะต้องแสดงว่าเรามีความสามารถที่จำทำงานของตำแหน่งที่สูงกว่าได้ ตัวอย่งเช่น เราทำงานในตำแหน่ง Engineer เราอยากจะเป็น Senior Engineer เราก็ต้องแสดงว่าเรามีความสามารถที่จะทำงาน ของ Senior Engineer ได้เสียก่อน ระบบนี้มักได้เรียกว่า Pay it forward คือ ทำงานในระดับสูงกว่าก่อน จึงจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

ปัญหาจะเกิดขึ้นถ้าหากเราไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างนี้ออก เพราะงานของ Senior Engineer นั้นมีความแตกต่างกับ Junior อยู่พอสมควร หากเราคิดว่าถ้าเราทำงานใน ตำแหน่ง Engineer ได้อย่างสมบูรณ์ เหมือนตอนเราเรียน ป.4 แล้วได้ขึ้น ป.5 นั่นจะทำให้เราไม่มีวันได้เลื่อนตำแหน่งเลย เพราะ ตำแหน่งอ Senior Engineer ต้องการ skill set คนละอย่างกับ Junior เพราะฉะนั้น ถ้าหากเรายังไม่มีความสามารถของ Senior เราก็คงยังต้องเป็น Junior ต่อไป โดยไม่รู้ว่าทำไม

หลายคนพลาดพลั้ง ไม่เข้าใจความแตกต่างอันนี้ กลับคิดว่า เป็นเพราะสถานที่ทำงานไม่เอื้อให้ตัวเองก้าวหน้า จึงออกแสวงหาที่ทำงานใหม่ ให้บังเอิญว่า ระบบการสัมภาษณ์งานโดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาไม่นาน เพียงแค่ 1-2 ช.ม. เท่านั้น จึงมักดูประสบการณ์ และเวลาการทำงาน เมื่อพบว่า ทำงาน Engineer มา 2-3 ปี ก็มักจะเข้าใจว่าสามารถทำงานเป็น Senior ได้ ก็มักได้งานใหม่ในตำแหน่งที่ต้องการ แต่พอมาทำงานจริง ก็จะค้นพบว่า ตัวเองยังไม่สามารถทำงานให้สมบูรณ์ได้ บางคนเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก จนเอาตัวรอดได้ แบบมีรอยแผลบ้าง แต่บางคนก็ล้มเหลวไปเลย เป็นที่น่าเสียดาย เพราะ ถ้าเอาจริง ก็มีความสามารถที่จะทำได้ แต่ต้องมีเวลาเรียนรู้อย่างถูกต้องก่อน หลายคนย้ายสายงานไปเพราะเหตุนี้ เป็นความสูญเสียของวงการ IT โดยรวมจริง ๆ

ทุกวันนี้กลายเป็นว่า เหลือแต่คนทำงานระดับล่าง และ ผู้บริหารระดับกลางขึ้นไป คนทำงานในระดับกลาง อย่าง technical lead หรือ architect จริง ๆ หายากเต็มทนที่มีก็เพียง ชื่อตำแหน่งที่ตั้งไว้โก้หรูเท่านั้น ที่ทำงานในตำแหน่งได้จริง เป็นที่ไข่วคว้า แย่งชิงของบริษัทต่าง ๆ แทบฆ่ากันตาย คิดแล้วว้าเหว่ยิ่งนัก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s