ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากความเร็ว

วันนี้ได้ดูสารคดีหนึ่งเกี่ยวกับวิวัฒนาการด้านความเร็วของสิ่งมีชีวิต มีอยู่สองจุดที่น่าสนใจ คือความเร็วของมนุษย์ และ อีกอันคือเสือชีต้า

เสือชีต้านั้นได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตบนบกที่เร็วที่สุด ซึ่งความเร็วนั้นได้มาจาก กระดูกสันหลังที่ยาวและแข็งแรง และกล้ามเนื้อหลังที่ทรงพลัง จะสังเกตว่าชีต้าไม่ได้อาศัยขาในการทำความเร็วเท่าใดนักด้วยขาทั้งสี่แทบจะไม่มีกล้ามเนื้อเลย แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้เสือชีต้าประสบความสำเร็จในการล่ามากกว่าผู้ล่าอื่น ๆ กลับไม่ใช่ความเร็ว

ผู้ถูกล่าส่วนใหญ่นั้นเร็วกว่าผู้ล่าอยู่แล้ว เพราะถ้าหากช้ากว่าก็คงจะสูญพันธ์ไปแล้ว แต่ที่ผู้ล่ายังไม่อดตายสูญพันธ์ไปก็เพราะว่าในหมู่ผู้ถูกล่าจะมีตัวที่อ่อนแอ ไม่สบาย ยังเล็ก หรือมีอายุมากเกินไป นี่เองจึงเป็นที่มาของหน้าที่ของผู้ล่านั่นคือคัดเลือกและควบคุมประชากรของผู้ถูกล่า

สิ่งที่ทำให้เสือชีต้าล่าได้มากกว่าผู้ล่าอื่น ๆ คือ หางที่ยาว และแข็งแรง หางที่ยาวนี้เองที่ช่วยในการทรงตัว โดยเฉพาะเวลาที่เสือชีต้า จะต้องเปลี่ยนทิศทาง ตามเหยื่อ จึงทำให้จับเหยื่อได้ดีกว่า นึกถึงประโยคนี้ขึ้นมาทันที

“Responding to change over following a plan”

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจในสารคดีนี้คือเรื่องความเร็วของมนุษย์ มีการวิจัยถึงการวิ่งของนักวิ่งระยะสั้นอาชีพ ซึ่งวิ่งได้เร็วกว่าคนธรรมดาถึงกว่าสองเท่า แต่สิ่งที่งานวิจัยค้นพบคือ จังหวะการ stroke ของนักวิ่งเหล่านี้ไม่ได้แตกต่างจากคนธรรมดาเลย กล่าวคือ เวลาที่ใช้ในการชักเท้ากลับมาอยู่ในจุดเริ่มต้นเพื่อก้าวต่อไปนั้น จะใช้เวลาประมาณ 0.5 วินาที เหมือน ๆ กัน แต่สิ่งที่ทำให้นักวิ่งอาชีพวิ่งได้เร็วกว่า เป็นเพราะแรงที่ขาลงที่พื้นได้มากกว่า ทำให้ระยะการก้าวไปได้ไกลกว่าคนทั่วไป โดยนักวิ่งอาชีพจะมีกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงมาก และมีแรงกระทำต่อพื้นเวลาวิ่งมากกว่า คนธรรมดาหลายเท่า

ถ้ามองถึงจังหวะในการทำงาน (cadence) จะพบว่าในทีมที่มีประสิทธิภาพสูงนั้น ไม่ใช่ว่า พวกเขามีจังหวะที่รวดเร็วกว่าทีมทั่วไปแต่ประการใด ทีมอไจล์ระดับโลกส่วนใหญ่ก็ใช้ iteration ที่มีความยาวอยู่ระหว่า 2-4 สัปดาห์ และใช้ชั่วโมงทำงาน เหมือน ๆ กับทีมทั่วไป แต่ส่ิงที่แตกต่างคือ ปริมาณของ value ที่พวกเขาทำได้ในแต่ละช่วงเวลานั้นมากกว่าปกติ นั่นเป็นเพราะ ทักษะ และ ปฏิสัมพันธ์ที่มีต่อกันของคนในทีม และต่อลูกค้า

สิ่งที่เราต้องระลึกเสมอคือ การออกแรงในการทำงานที่มากเกินไปไม่ได้ช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น หรือมีคุณภาพมากขึ้น หากแต่ทำให้เกิดความเหนื่อยล้า (Muri-Overburden) ซึ่งส่งผลให้คุณภาพลดลง ส่ิงที่ควรทำคือ สร้างจังหวะที่คงที่เหมาะสม และพัฒนาผลลัพธ์ของการทำงานให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยการลงแรงที่คงที่เท่าเดิม (Kaizen) มากกว่าจะพยายามออกแรงมากขึ้นแล้วฝันเอาว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s