Self-Organizing เกิดช้ากว่าที่อยาก เกิดเร็วกว่าที่คิด

สิ่งที่น่าประหลาดเกี่ยวกับการก่อกำเนิดของทีมที่จัดการตัวเอง หรือ Self-Organizing team คือ มัน เกิดช้ากว่าที่อยากให้เกิด แต่กลับเกิดเร็วกว่าที่คาดคิดว่ามันจะเกิดได้

ในปี 2011 department ของผมได้รับการกำหนดให้เป็นตัวแทนในการจัดงานประชุมใหญ่ประจำไตรมาสของ business unit ซึ่งมีขนาดกว่า 400 คน ซึ่งถ้ามีความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้น คงจะไม่ดีกับกลุ่มที่จัดแน่โดยเฉพาะ เหล่าหัวหน้างานที่ควบคุมดูแล department ที่จัดงาน มีกลุ่ม leaders 4-5 คน ซึ่งรวมถึงผมด้วยได้รับการมอบหมายให้ดูแลงานนี้โดยอาศัยลูกทีมของแต่ละคนช่วยกันจัดงาน ซึ่งวิธีที่ผมเสนอคือ ลีดเดอร์จะไม่เข้าไปสั่งการ แต่ให้ทีมช่วยกันจัดการกันเอง ซึ่งสำหรับผมแล้วเหมือนเอาคอไปพาดเขียงไว้ถ้ามีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น

เรามีเวลาทั้งหมด เกือบสามเดือน แต่เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก เดือนกว่าก็แล้ว สองเดือนก็แล้ว ผมเริ่มร้อนรน น้องคนหนึ่งบอกผมว่า ใจเย็น ๆ พี่ คนมากก็ช้าอย่างนี้เอง ผมเริ่มถอดใจ แต่ก็ไม่เข้าไปยุ่มย่ามมากนัก เพราะได้ออกปากไว้แล้วว่าทีมจัดการกันเอง

ในช่วงเวลาเกือบเดือนสุดท้าย ทุกอย่างพลิกผันไปไวอย่างกับโกหก ทุกอย่างเดินหน้าอย่างรวดเร็วจนตามไม่ทัน งานวันนั้นราบรื่นเกินคาด ได้รับเสียงชมอย่างล้มหลาม และมีสิ่งใหม่ ที่เรียกว่า เป็นสิ่งที่ creative มาก ณ วันนั้นคือ

1. เป็นงานที่แหวกแนวที่ทำ ๆ กันมา เพราะแต่ละช่วงมีความต่อเนื่องกันอย่างมาก และเหมือนเป็น variety show มากกว่า จะเป็นการประชุมประจำไตรมาส
2. มีการใช้ พิธีกรคู่ระหว่าง ฝรั่งหนึ่งคนและคนไทยหนึ่งคน ที่คอยรับส่งลูกกันได้ราบรื่น และขบขันอย่างลงตัว
3. การนำเสนอ ใช้ VDO เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในการประชุมของบริษัท และเป็น trend-setter ต่อเนื่องให้ทุกงานต่อมาจะต้องมีการทำ VDO นำเสนอตามอย่าง
4. ทุกอย่างในงานเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของทุกคนในทีม ไม่มีใครถือว่า เป็นแม่งานคอยสั่งการเลย
5. หลังจากงานนั้นทำให้ทีมรวมกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างมาก ถือว่า เป็นช่วงยุคทองที่สุดของ department เลยทีเดียว
6. การประสานงานนั้น ไม่ได้ทำเพียงแค่ในประเทศไทย ยังมีการประสานไปให้ทีมในสหรัฐฯ ส่ง VDO มาร่วมด้้วย ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

สิ่งที่ผมเรียนรู้จากงานนี้มีอยู่สองช่วง สองอย่าง แตกต่างกัน ที่ดูเหมือนจะ conflict กันในที คือ

Self-Organizing นั้นเกิดช้ากว่าที่อยากให้เกิด – ในช่วงแรกของกระบวนการทุกอย่างดูช้าไปหมด อย่างที่น้องคนนั้นบอก ถูกต้องทุกอย่างเพราะ การที่คนหมู่มากจะปรับตัวเข้าหากัน ทั้งที่กรณีนี้ถึงแม้ว่าจะเป็น department เดียวกัน แต่ก็ไม่เคยต้องมาทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดก็ต้องมีเวลาที่ใช้ปรับตัวมากอยู่ ซึ่งจะให้เร็วอย่างใจนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ เป็นสิ่งที่จะต้องอดทน เพราะเป็นสิ่งจำเป็น มิฉะนั้นแล้วก็ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างแท้จริง

Self-Organizing เกิดเร็วกว่าที่คาดคิดว่ามันจะเกิดได้ – ในช่วงหลังนั้น เมื่อผมแทบจะถอดใจแล้วนั้น พลังก็ดูเหมือนจะถึงจุดบังเกิด ผมไม่เคยคาดคิดว่า คนเราเมื่อประสานกันแนบแน่นแล้ว จะส่งเสริมให้เกิดผลงานที่เรียกได้ว่า มีความคิดสร้างสรรค์และ นอกกรอบถึงขนาดนี้ ด้วยความที่ ทุกคนนั้น เป็นโปรแกรมเมอร์กันหมด แต่งานที่ออกมานั้นเรียกได้ว่าเข้าขั้นเลยทีเดียว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนผมงงไปหมดว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

สำหรับ หัวหน้างานที่คิดอยากสร้าง self-organizing team ขึ้นมา สิ่งที่ต้องพึงสังวรณ์ไว้คือ มันจะเกิดช้ากว่าที่คุณคิดว่า มันจะเกิด เพราะฉะนั้นจะต้องมีความอดทนรอคอยเพียงพอ แต่เมื่อถึงเวลาแล้วมันจะเกิดขึ้นอย่างที่คุณตั้งตัวไม่ติด สิ่งที่ต้องระวังคือ เมื่อมันเกิดแล้ว คุณจะต้องไม่เป็นตัวขัดขวางหรือคอยถ่วงมันเสียเอง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s