เมื่อหัวหน้าพยายามจัดการให้ลูกน้องมีความคิดสร้างสรรค์ (2)

เมื่อวานที่เขียนเรื่องนี้ไปมีผู้กรุณาเขียนมาถามว่าแล้วผมมีข้อเสนอแนะอย่างไรสำหรับหัวหน้างานที่ต้องการให้ลูกน้องมีความคิดสร้างสรรค์ มีหัวหน้างานเคยถามผมอย่างนี้เหมือนกัน ผมตอบไปว่า

“ไม่ต้องทำอะไร ความจริงแล้วสำคัญมากที่ห้ามทำอะไรเลยดีที่สุด”

ถ้าพูดแค่นี้คนฟังคงจะงง ต้องขยายความ “ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์” นั้น ประกอบด้วยคำสามคำ คือ

ความคิด – เป็นผลจากการคิด ซึ่งการเรียนรู้เรื่องเรื่องนี้ทำได้โดยโดยการฝึกคิด
ริเริ่ม – คือสิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ใช่การเลียนแบบตามใคร
สร้างสรรค์ – มีคุณประโยชน์ ก่อให้เกิดความเจริญงอกงาม

การจะคิดเริ่มสร้างสรรค์ได้นั้น ต้องเริ่มจากการรู้จักคิด ซึ่งคนส่วนใหญ่ทำได้อยู่แล้ว ผมมีคำพูดติดปากคือ “ใครที่สามารถสั่งอาหารเที่ยงกินเองได้ แสดงว่ามีความสามารถในการคิดอย่างแน่นอน” ปัญหาจึงไปตกอยู่ในอีกสองคำ คือ ริเริ่ม และสร้างสรรค์ การริเริ่มนั้นคนส่วนทำได้อยู่แล้ว แต่การทำให้สร้างสรรค์ได้นั้น เป็นสิ่งยาก เหตุผลเพราะ ความสร้างสรรค์นั้นไม่ใช่สิ่งที่คงที่ มันแปรเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมหรือ context ความคิดหนึ่งที่สังคมหนึ่งบอกว่า สร้างสรรค์ อาจจะไม่เหมาะกับอีกสังคมหนึ่งก็ได้ ตัวอย่างเช่น สังคมหนึ่งอาจบอกว่า เสรีภาพคือสิ่งที่ดีที่สุด แต่อีกสังคมหนึ่งอาจกล่าวว่า พวกเขายอมเสียเสรีภาพบ้าง เพื่อเศรษฐกิจที่ดีกว่า ก็เป็นไปได้

สิ่งที่ขัดขวางกระบวนการสร้างสรรค์ที่จะถูกริเริ่มขึ้น จึงหาได้เป็นความสามารถที่จะคิดไม่ แต่เป็นความปลอดภัย ในการที่จะได้รับการยอมรับความคิดนั้นต่างหาก เพราะถ้าหากสิ่งที่ริเร่ิมขึ้นไม่สร้างสรรค์ แล้วนำภัยมาสู่ตัวเอง คนส่วนใหญ่คงจะไม่ยอมที่จะคิดเป็นแน่

การให้เกิดการแข่งขัน อย่างการประกวด หรือ การให้คุณให้โทษเช่น การตกรางวัลคนที่สร้างสรรค์ หาได้จูงใจให้เกิดความปลอดภัยเพียงพอที่จะให้คนกล้าแสดงออกไม่ หากแต่เป็นการทำให้ คนแพ้รู้สึกว่า ไม่อยากแพ้อีก และคนชนะ รู้สึกถึงการปฏิเสธจากสังคมเพราะทำให้คนอื่น ๆ ลำบากขึ้น ทั้งหมดจึงไม่สามารถสร้างความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริง ในวงกว้างได้ กล่าวคือ คนที่คิดริเริ่มสร้างสรรค์ ก็จะยังคงเป็นเช่นนั้น และคนที่ไม่ใช่ก็จะยังคงไม่ใช่ต่อไป

สิ่งที่ดีที่สุดที่หัวหน้างานสมควรกระทำคือ การปล่อยให้ทั้งหมด เกิดขี้นโดยธรรมชาติ ผู้ที่ริเริ่มสร้างสรรค์ ที่เป็นประโยชน์ควรได้รับการเชิดชูจากสังคม หาได้จากหัวหน้างานหรือผู้นำองค์กรไม่ การกระทำโดยไม่กระทำนี้ต้องใช้เวลาและการสนับสนุนจากเบื้องหลังเป็นอันมาก ตัวอย่างเช่น เมื่อมีผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แม้เพียงเล็กน้อย หน้าที่หน้งหัวหน้างานต้องสนับสนุนให้เกิดขึ้นจริง และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในการประกาศหรือตกรางวัล ให้ดูอยู่ห่าง ๆ สังเกตง่ายที่สุดคือ มีคำเรียกร้องว่า สิ่งนี้ดีถึงขนาดนี้ทำไมเจ้านายไม่เห็นบ้าง แล้วพวกเขาจะเริ่มตกรางวัลกันเองด้วย คำสรรเสริญบ้าง คำขอบคุณบ้าง นั่นคือสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ต่อเนื่องไป หาใช่คำสรรเสริญ หรือการตกรางวัลจากหัวหน้างานไม่ การได้รับการยอมรับจากสังคมต่างหากคือสิ่งกระตุ้นให้กระบวนการความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เกิดขึ้นและต่อเนื่องไปอย่างถาวร

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s