การเลือกนักเรียนของโรงเรียนทางเลือก และ การเป็นอไจล์โค้ช

หลังจากพลาดหวังจากโรงเรียนทางเลือกแห่งหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ผมก็ได้มีเวลานั่งครุ่นคิด(retrospective)ถึงสาเหตุว่าอะไรที่พลาดไปบ้าง เพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไขต่อไป

เหตุที่โรงเรียนทางเลือกเป็นที่สนใจมากขึ้นในขณะนี้เป็นเพราะ การศึกษากระแสหลักมีช่องโหว่ และสร้างปัญหาแก่เด็กนักเรียนเป็นจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือนักเรียนกลายเป็นนักทำข้อสอบ และไม่สามารถคิดอย่างสร้างสรรค์เองได้ โดยไม่มีคนบอกหรือตำราบอก สิ่งนี้เองซึ่งคล้ายกับอไจล์มาก ที่มีผู้ค้นพบว่า การพัฒนาซอฟแวร์แบบดั้งเดิมมีช่องโหว่และสร้างปัญหาแก่เจ้าของกิจการทำให้ไม่สามารถสร้างซอฟแวร์ที่ตอบสนองต่อลูกค้าได้ทันท่วงที

สิ่งที่ผมค้นพบคือ โรงเรียนทางเลือกนั้น มีความกดดันจากภายนอกสูง โดยเฉพาะคำถามที่ว่า ดีจริงหรือ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผล และถึงแม้เห็นผลแล้ว ก็ยังมีข้อกังขาว่า ถ้าเด็กยังคงอยู่ในกระแสหลักจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าทางเลือกหรือไม่ วิธีการคัดเลือกของโรงเรียนทางเลือกส่วนใหญ่จึงไปในแนวทางที่ว่า “ถือหลัก ประโยชน์สูงสุดของนักเรียน และประโยชน์สูงสุดของโรงเรียน (ที่ไม่ใช่ตัวเงิน) เป็นสำคัญ” ซึ่งแปลง่าย ๆ ว่า เด็กต้องพร้อมเรียน ซึ่งโดยส่วนใหญ่เด็กเกือบทุกคนที่ไม่ได้มีปัญหาทางพัฒนาการจริง ๆ ก็พร้อมเรียนอยู่แล้ว และ เด็กที่มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จในการศึกษาตามแนวทางของโรงเรียน จะได้รับพิจารณาก่อน ซึ่งเด็กที่มีแนวโน้มนี้ก็คือ เด็กที่มีลักษณะดี เช่น มีสมาธิดี อยู่ในกฏระเบียบ ผู้ปกครองมีความเชื่อมั่นในแนวทางการสอน ฯลฯ ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้ว เด็กเหล่านี้ถ้าหากยังอยู่ในกระแสหลักก็คงจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน ส่วนเด็กที่ไม่เหมาะสม คือ มีสมาธิไม่ดี หรือ ไม่ค่อยอยู่ในกฏระเบียบ (บางทีเพราะพ่อแม่ไม่รู้วิธีสอน) ความจริงแล้วคือกลุ่มที่จะมีโอกาสล้มเหลวในกระแสหลักมากกว่า และน่าจะจำเป็นหรือต้องการการเรียนการสอนแบบทางเลือกมากกว่า กลับจะได้รับการพิจารณาทีหลัง ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย

ความจริงจะกล่าวหาว่าโรงเรียนทำไม่ถูกต้องก็ไม่ได้ เพราะเมื่อมีเด็กมาให้เลือกเขาก็ต้องเลือกเด็กที่เหมาะสมกับโรงเรียนที่สุด คือสอนแล้วเด็กจะมีโอกาสประสบความสำเร็จและทำชื่อเสียงให้โรงเรียนได้ หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่ไม่พอใจโรงเรียนที่ไม่เน้นวิชาการแล้วกล่าวร้ายในอินเทอเน็ตจนโรงเรียนเสียชื่อเสียง แต่ก็นั่นแหละ ความยุติธรรมกับความเท่าเทียมนั้นแตกต่างกัน

สิ่งที่ผมได้จากการนั่งครุ่นคิดนี้คือ การเป็นอไจล์โค้ชของตนเองนั้น ถ้าวันหนึ่ง อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือก ผมคงจะไม่ใช้หลักการเดียวกับโรงเรียนทางเลือกเหล่านี้แน่ ๆ ผมคงจะต้องเลือกโดยยึดหลัก ความยุติธรรม มากกว่า ความเท่าเทียม ถ้าวันหนึ่งผมทำอะไรผิดไปจากนี้ ใครช่วยเอาบล็อกโพสนี้มาตบหน้าผมทีนะครับ ผมขอร้อง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s