Super mini waterfall – กับวันที่ได้เปิดกะลาอีกครั้งกับเทพ

วันนี้ได้มีโอกาสไป pitch งานแบบไม่ได้ตั้งใจ (เค้าเชิญไป meet&greet อ่ะ) สารภาพว่าแทบไม่ได้เตรียมเลย กะว่าอย่างมากก็คงถามประวัติ ให้เล่าประสบการณ์อะไรเงี้ย จู่ๆ เจอถามเลยว่า ปัญหาของเราคืออะไร? จะทำอะไรให้ที่นี่บ้าง? ที่สำคัญ หนึ่งในนั้นเป็นอไจล์กูรูจากฝั่งยุโรปอีกต่างหาก เลยแทนที่จะไปสอนเค้าโดนเค้าสอนแทน แต่ก็เป็นอะไรที่คุ้มค่ามา ถ้าไม่ได้งานก็ไม่เสียใจอะไร

หลังจาก session ท่านกูรูได้เสียสละเวลาอันมีค่าของท่านช่วยชี้แนะตั๊กแตนน้อยสองตัว ท่านบอกว่า ติดใจที่ผมบอกว่า อไจล์นั้นดีกว่า mini waterfall นั้นไม่จริงเสมอไป ที่ท่านทำมา มันดีกว่าเสียอีก เลยสบโอกาสขอเปิดกะลากับท่านเสียเลย ท่านบอกว่า

ในวงการสื่อสารนั้น ความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งกว่างมเข็ม งานส่วนใหญ่ใช้ outsource/vendor การจะไม่มี contract นั้น แม้คุณจะยอมแต่ ฝ่ายกฏหมายและผู้บริหารไม่ยอมแน่ๆ ท่านเล่าประสบการณ์ว่า ที่ท่านทำมา ใช้กระบวนการของ waterfall แบ่งเป็นเฟสต่างๆ ตามแบบ waterfall ดั้งเดิม แต่ลด scale เหลือเพียง รอบละ 6 สัปดาห์ โดย สองสัปดาห์แรก อาจจะเป็นช่วง Requirement ตามด้วย Development อีก 3 สัปดาห์จบด้วย Acceptance อีกหนึ่งสัปดาห์ การแบ่งเฟสแบบนี้จะทำให้ แต่ละทีมเช่น SA และ Dev สามารถทำงานคู่ขนานกันแบบ pipelining ได้ คือ ในขณะที่ Dev กำลังทำ iterative นี้อยู่ SA ก็จะทำ SRS ของ iterative หน้า ซึ่งช่วยร่นเวลา ของการทำงานได้มาก จุดสำคัญอยู่ที่การปกป้องทีมให้สามารถโฟกัสกับงานของตัวเอง ห้ามมีการ interrupt Dev ในช่วง 3 สัปดาห์นั้นเด็ดขาด จะเปลี่ยนแปลงอะไรคอยรอบหน้า ซึ่งจะเป็นอีกราว 3-6 สัปดาห์ (pipelining effect)

ท่านได้กรุณาเล่าต่อว่า โปรเจ็คนี้น่าสนใจเพราะตอนที่เริ่มบริษัท outsource ก็ดัน offshore ไปที่ อียิปต์ อีกต่างหาก ท่านต้องบินไปที่อียิปต์เพื่อทำงานเป็นเหมือน ฑูตสันติภาพ ที่ตอนแรกคิดว่าไม่กี่สัปดาห์ กลายเป็น 12 สัปดาห์ แต่ผลลัพธ์ของมันดีมากเพราะทั้งสองฝ่ายเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นอย่างไร ตอนจบโปรเจ็ค ยังเปิด VDO conference ฉลองปิดโปรเจ็ค กันด้วย ช้อคโกแล้ตและไดเอ็ตโค้ก เพราะมุสลิมไม่กินแอลกอฮอล์

ฟังไปฟังมาก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตอนที่ผมเข้าทำงานในบริษัทที่ประกาศตัวว่าเป็น old style และใช้ pure waterfall ผมก็ใช้เทคนิคทำนองนี้เหมือนกัน และได้ผลเช่นเดียวกัน โดยลดขนาดโปรเจ็คให้เล็กลอง เพิ่ม รอบการทำงาน (iterative) เพื่อสร้าง pipelining effect ทำมาหมดแล้วนี่นา ดันลืมไปเสียได้ สงสัยต้องเขียนหนังสือจริงจังเสียแล้ว พอแก่ตัวลงความทรงจำเริ่มเลือนหายไปเรื่อยๆ แล้ว

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “waterfall เล็กๆ ที่ deliver งานได้ ยังดีกว่า อไจล์แท้ๆ ที่ไม่สามารถทำอะไรได้เสร็จตามที่วางแผนไว้”

Advertisements

2 thoughts on “Super mini waterfall – กับวันที่ได้เปิดกะลาอีกครั้งกับเทพ

  1. ผมอ่านดู ผมเห็น response to change. ผมเดาว่ามันก็น่าจะมี individual interaction. ผมคิดว่าตอน SA ทำ SRS ก็น่าจะมี customer collaboration. ทุกๆ6สัปดาห์ ผมว่าก็น่าจะได้ working software…

    มันไม่ Agile ยังไงอะครับพี่ :D

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s