เหตุใดเด็กเอเชียจึงเก่งเลขมากกว่าเด็กอเมริกัน

จากหนังสือ Outliers ของท่าน Malcolm Gladwell นักเขียนที่ผมติดตามผลงานอยู่ตลอดท่านหนึ่ง มีเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับความที่จากสถิตินักเรียนเชื้อสายเอเชียจะสามารถคำคะแนนในวิชาคณิตศาสตร์ได้สูงกว่านักเรียนเชื้อสายอเมริกัน ซึ่งเมื่อสืบสาวไปยังต้นตอกลับเกี่ยวข้องกับภาษา และวัฒธรรมการปลูกข้าวเสียนี่

ข้อแรก ทดลองจำตัวเลขเหล่านี้ ภายในเวลา 20 วินาที แล้วพูดออกเสียงเรียงลำดับ โดยไม่มองจอ

4 8 5 3 9 7 6

สำหรับคนที่พูดภาษาอังกฤษ จะมีโอกาสจำได้ราว 50% แต่ถ้าเป็นคนที่พูดภาษาจีนจะจำได้เกือบ 100% นั่นเป็นเพราะคนเราจะสามารถจำตัวเลขได้ราว 2 วินาที และเสียงอ่านเลขภาษาจีนนั้นสั้นมาก เช่น 4-sì หรือ 7-qī เมื่อเทียบกับภาษาอังกฤษ อย่าง 4-Four หรือ 7-Seven จึงทำให้คนจีนสามารถจำตัวเลขได้มากกว่าคนตะวันตก

ข้อที่สองคำอ่านเลขหลักสิบของภาษาจีน นั้นตรงตัว อย่าง 11 ก็อ่าน Shí-yī(สิบหนึ่ง) 12 ก็อ่าน Shí-èr(สิบสอง) หรือ 24 อ่านว่า Èr-shí-sì เทียบกับภาษาอังกฤษ ที่ 11 อ่าน eleven หรือ 12 อ่าน twelve และ 24 อ่าน twenty-four แล้วสร้างความงุนงงให้กับเด็กตะวันตกมาก จนกระทั่งโดยเฉลี่ยเด็กจีน 4 ขวบจะนับเลขได้ถึงราว 40 แต่สำหรับเด็กอเมริกันแล้ว จะนับได้แค่ถึงราว 15 เท่านั้นและส่วนใหญ่จะไม่สามารถนับเลขถึง 40 จนกระทั่งอายุ 5 ขวบไปแล้ว ช้ากว่ากันถึง 1 ปีเต็ม

นอกจากนี้สำหรับการบวกเลขในใจ(คือฟังคำถามเอาไม่ใช่อ่าน) เด็กอเมริกันจะต้องแปลงคำอ่านเป็นตัวเลขก่อน เช่น 24+7=? เด็กอเมริกันจะต้องคิดว่า twenty-four เป็น 24 ก่อน บวกกับ seven คือ 7 ได้ 31 ซึ่งคือ thirty-one ซึ่งเด็กจีนจะไม่มีปัญหานี้เพราะ ทุกอย่างตรงตัว ซึ่งจากงานวิจัย เด็กอเมริกันจะเริ่มเกลียดวิชาคณิตศาสตร์ในราวชั้น ป.3 ป.4 เพราะความงุนงงในเรื่องภาษานี่เอง

ฟังถึงตรงนี้ ลองคิดถึงเด็กไทยดูก็มีข้อได้เปรียบตรงนี้เหมือนกัน เด็กไทยเราเก่งคณิตศาตร์เหมือนกันใช่หรือไม่ คำตอบคือ น่าจะใช่เพราะถ้าเราไปดูในชั้นเด็กๆ อย่างชั้นประถมนั้นเด็กไทยเราสู้กับจีน สิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น ได้สบาย เราจะมาแพ้เขาในชั้นหลังๆ ตั้งแต่ ม.ปลายขึ้นไปต่างหาก

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะเรื่องความอึด หรือความขยันหมั่นเพียร เพราะ การที่เราจะเก่งอะไรให้จริงสักอย่างนั้น จะต้องอาศัยระยะเวลาในการฝึกฝนอย่างน้อยราว 10,000 ชั่วโมง (อ่านรายละเอียดเรื่องนี้ในหนังสือนะครับ) เด็กไทยเรานั้นเมื่อเรียนสูงขึ้นกลับใช้เวลากับการฝึกฝนน้อยลง อาจเป็นเพราะมีความอึดน้อยกว่า(เรียกว่าขี้เกียจนั่นแหละ) จึงทำให้ไม่สามารถเพิ่มความสามารถในระดับสูงได้ ดูอย่างตัวอย่างง่ายๆ เรื่องการทำนา ชาวจีนตอนใต้ซึ่งปลูกข้าวเจ้าแบบเดียวกับที่ปลูกในไทย จะปลูกด้วยวิธีประณีต ปักดำด้วยต้นกล้าเพียงต้นเดียว ในระยะที่เป็นต้นอ่อนมาก เทียบกับของไทยที่ส่วนใหญ่แล้วใช้วิธีง่ายเข้าว่าอย่างการหว่านที่เปลืองเมล็ดพันธุ์มากแต่ได้ผลผลิตน้อยกว่ากันมหาศาล นี่เองที่ทำให้ต้นทุนต่อไร่ของเราสูงจนไม่สามารถแข่งขันกับประเทศรอบข้างได้ (ไม่เกี่ยวกับการเมืองนะ)

รู้จุดแข็งจุดอ่อนกันแล้วก็มาฝึกฝนตัวเองให้เป็นคนแข็งแกร่ง เพื่อแบกรับภาระการพัฒนาชาติกันเถอะนะครับ

“War does not decide who is right but who is left.”
― George Bernard Shaw

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s