กล้าผิด vs กลัวผิด

ช่วงที่ผ่านมาผมโชคดีได้มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสหลายบริษัท สิ่งที่ผมพบค่อนข้างน่าสนใจคือ

บริษัทแรกนั้นผมเข้าไปโค้ชเป็นประจำช่วงเวลาหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นคือบริษัทนี้มีวัฒธรรมการกลัวความผิดพลาด ซึ่งเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ผมทำเพื่อแก้ไขก็เป็นท่ามาตรฐานคือ การถามคำถามด้วย Why 5 ครั้งเป็นประจำ แม้จะไม่ได้แก้ปัญหาทั้งหมด ก็อย่างว่าการสู้กับ culture หรือวัฒธรรมนั้นต้องใช้เวลา แต่ก็ผ่อนหนักเป็นเบาได้มาก เริ่มมีเรื่องที่พวกเขากล้าหาญขึ้นมากพอที่จะมอเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสเข้าไปดูอีกบริษัทหนึ่งในเครือเดียวกัน ปรากฏว่าที่นี่กลับมีวัฒธรรมที่ตรงกันข้ามคือ กล้าที่จะผิด แต่เป็นแบบสุดโต่งไปอีกข้างหนึ่ง คือ พนักงาน มีปัญหาเลยเสนอวิธีการแก้ไข ด้วยตัวเอง ที่น่าแปลกคือ ผู้บริหารนั้นมองเห็นว่าวิธีการนั้นไม่ถูกต้องและไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้เลย ที่สำคัญบริษัทนี้มีโค้ชเสียด้วย และโค้ชก็มองว่า ไม่แก้ปัญหาเช่นเดียวกัน แต่ทั้งคู่กลับปล่อยให้พนักงานผู้นั้นทำตามที่เสนอ ทั้งๆ ที่มองเห็นอยู่แล้วว่า เป็น Death March ด้วยความเชื่อที่ว่า ผิดแล้วจะได้เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น

ความเห็นส่วนตัว ผมเห็นว่าบริษัทแรกนั้น ปัญหาแก้ไขได้ง่ายกว่ามาก เพราะเป็นเรื่องธรรมดาทั้วไปมีตำราวิธีแก้ไขชัดเจน แต่บริษัทที่สองนั้น ปัญหาดูจะซับซ้อน และน่าจะแก้ไขยากกว่า ด้วยความที่คิดว่า กล้าผิด ดีกว่ากลัวผิด นั่นเอง

ในบางบริบทนั้น กล้าผิดย่อมดีกว่า กลัวผิด แต่ในหลายบริบทความผิดพลาดอาจจะหนักหนาขนาดถึงชีวิตแล้วไม่มีโอกาสเรียนรู้เพื่อแก้ตัวได้อีกเลย ตัวอย่างหนึ่งของความผิดพลาดคือเรื่อง บริษัท Netscape พ่ายแพ้ให้แก่ Internet Explorer ของ Microsoft หรือ IE เองที่แพ้ให้กับ คลื่นลูกใหม่อย่าง Chrome และ Firefox ความผิดพลาดแต่ละอันมีค่าใช้จ่ายในการแก้ไขกลับคืนสู่สภาพเดิมอยู่ บ้างมาก บ้างน้อย ในบางครั้ง ค่าใช้จ่ายนี้แพงเกินกว่าที่ทีมหรือบริษัทจะแบกรับได้ย่อมพาให้บริษัทล่มจมไปต่อหน้าต่อตาได้เลย หากไม่คิดให้รอบคอบ กลับเชื่อแต่เพียงกว่า กล้าผิดดีกว่ากลัวผิด

ปกติเวลาที่ผมโค้ช ผมจะยอมให้ผู้ที่ถูกโค้ชทำผิดได้บ้าง แต่ มีข้อกำหนดส่วนตัวคือ ข้อเสนอที่เขาจะทำนี้ จะต้องมีโอกาส สำเร็จบ้าง ไม่มากก็น้อย บ้างอาจจะถึง 50/50 เลยทีเดียว สองคือ ความเสียหายร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นได้ จะต้องไม่ถึงขนาดคอขาดบาดตาย ที่จะต้องมีใครถูกไปออก หรือ ตัดเงินเดือน ถ้าหาก เป็นเร่องสำคัญขนาดนั้น ผมจะไม่ยอมให้เกิดความผิดพลาดง่ายๆ แต่จะต้องอธิบายความร้ายแรงของมัน ให้กับผู้ที่ถูกโค้ชได้เห็นภาพ และ ดึงคนที่เกี่ยวข้องมา brainstorm ให้มากที่สุด เพื่อหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งตัดสินใจไปโดยพลการ

ความกล้า และความกลัว เป็นสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้แก่เรามา ทั้งสองสิ่งมีคุณประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ การรักษาสมดุล กล้าให้ถูกที่ กลัวให้ถูกเวลา จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการพัฒนาองค์กรร่วมกัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s