เพราะเพิ่ม buffer จึงสร้างปิศาจที่ชื่อว่า due date

ผมมักจะเคยพูดเสมอว่า due date is the root of all evil แต่ความจริงแล้ว การมี due date นั้นไม่ใช่ตัวปัญหาเอง แต่เพราะ มีการ add buffer due date จึงกลายเป็น ปิศาจไป

ในสถานการณ์จริง เมื่อ business มีดำริโครงการธุรกิจหนึ่ง การพัฒนาซอฟแวร์ไม่ใช่ส่วนเดียวที่จะทำให้โครงการนั้นประสบความสำเร็จ มีปัจจัยอื่น อีกมาก เช่น time to market, การออกสื่อ, promotion เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมีการเตรียมการล่วงหน้า ตัวอย่างเช่น การออกงานแสดงสินค้า ซึ่งงานระดับโลกส่วนใหญ่ จัดปีละแค่ครั้งเดียว ถ้าหากพลาดรอบนี้ จะคอยไปปีหน้า ก็คงไม่มีใครอยากซื้อของค้างปีเป็นแน่ ซึ่งหมายความว่าการเลื่อนออกไป เป็นไปไม่ได้

เมื่อรู้อย่างนี้ และจากประสบการณ์ ของ business ก็รู้ว่า โครงการซอฟแวร์ส่วนใหญ่เสร็จไม่ทันตามกำหนด จึงมักไม่ให้ due date ที่แท้จริง แต่จะ add buffer เข้าไปด้วย เช่น ต้องออกจริง เดือนตุลาคม ก็บอกว่า ต้องออก เดือน กันยายน แทน เผื่อไว้สักเดือน ถ้าหากผิดพลาดอย่างไรจะได้แก้ไขทัน

ลองคิดว่า เมื่อ business เผื่อไว้ สักเดือน Architect ก็เผื่อ เหมือนกัน PM ก็เผื่อ SA ก็เผื่อ สุดท้าย กรรมจึงตกกับ Developer ที่ ไม่รู้จะเผื่ออย่างไร เพราะ จาก ที่ควรจะเสร็จทันเดือน ตุลาคม แต่พอเผื่อคนละเดือนสามรอบ ก็กลายเป็นว่า ต้องเสร็จภายใน มิถุนายน ซึ่งทุกคนรู้ว่า ไม่ทันแน่ แต่ก็ต้องกัดฟันทำกันไป เพราะ เผื่อกันไว้ถ้วนหน้า เลยสบายใจ

ปัญหาคือ ความเครียดที่เกิดขึ้นกับ developer ที่ทำงานเพื่อให้ทันกับ due date ที่เป็นไปไม่ได้นั้นทำให้ คุณภาพของซอฟแวร์ไม่ถึงมาตรฐาน จึงเกิดมี bug ขึ้นมากมาย สุดท้ายที่เผื่อไว้ก็ไม่เพียงพอ เจ๊งต่อๆ กันไปเป็นทอด

ถ้าแต่แรก ไม่เผื่อไว้ น่าจะเสร็จเร็วกว่า ใช่หรือไม่? เพราะมีเวลา ควบคุมคุณภาพให้ดีได้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s