We Bought a Zoo หนังที่คนอยากทำ start-up ควรดู

ได้หนังเรื่องนี้มานานแล้ว วันนี้กำลังเคลียร์ของเก่าเลยได้เอามาดู เรื่องลึกซึ้งกว่าที่คาดและมีคติสอนใจมากพอดู

เริ่มเรื่องด้วย ครอบครัวหนึ่ง มีลูก 2 คน คนโตเป็นผู้ชาย อายุ 14 ส่วนคนเล็กเป็นลูกสาว อายุน่าจะ 6-7 ขวบ เมื่อ 6 เดือนก่อนครอบครัวนี้ได้เสียแม่ไป (ด้วยเหตุใดไม่ทราบ แต่เดาจาก context ได้ว่าจากอาการป่วย) ซึ่งทำให้ครอบครัวนี้เกิดอาการเสียสูญ จนในที่สุด ฟางเส้นสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อลูกชายถูกเชิญออกจากโรงเรียน คนพ่อตัดสินใจเปลี่ยนสภาพแวดล้อมด้วยการย้ายบ้าน เพื่อให้ทุกคนรวมทั้งตัวเองได้มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาพาลูกสาวตระเวนหาบ้านพร้อมนายหน้า จนในที่สุด ก็พบบ้านในฝันของพวกเขา แต่ทว่า บ้านหลังนี้มาพร้อมที่ดิน 18 เอเคอร์ (ราว 46 ไร่) ซึ่งเป็นสวนสัตว์ที่มีทั้งสัตว์และเจ้าหน้าที่อยู่ที่นั่น ด้วยสัญญาว่า ใครก็ตามที่จะซื้อที่ดินนี้จะต้องทำสวนสัตว์นี้ต่อเท่านั้น ห้ามนำไปขายเด็ดขาด เพื่อเห็นแก่ลูกสาวที่ดูจะชื่นชอบที่นี่มาก เขาจึงตัดสินใจกำเงินทั้งหมดที่มี ซื้อที่บ้านพร้อมสวนสัตว์แห่งนี้ และเริ่มต้นธุรกิจใหม่ของตนเองแบบจับพลัดจับผลู.. ใครอยากรู้เรื่องราวคงต้องไปหามาดูเองนะครับ

เรื่องนี้ให้แง่คิดหลายเรื่อง โดยเฉพาะ เรื่องเกี่ยวกับการสร้างธุรกิจ ความแตกต่างระหว่าง ความฝันและความจริง วิธีคิดและความกังวลของเข้าของกิจการ โดยเฉพาะ เรื่องการหมุนเงิน ซึ่ง เป็นตัวตัดสินว่า ธุรกิจจะอยู่หรือไป โดยเฉพาะ start-up ซึ่งเกือบทั้งหมด มีเงินทุนจำกัด และ สามารถละลายหายไปอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถ เข็นโปรดักของตลาดได้ ทั้งๆ ที่เมื่อออกตลาดแล้ว จะทำเงินได้ แต่ก็มักจะแท้งก่อนคลอดเพราะการขาดเงินทุนหมุนเวียน ในโลกแห่งความเป็นจริง คงมีน้อยที่จะโชคดีเหมือนในหนัง

อีกเรื่องที่ได้ข้อคิดคือเรื่องการสื่อสาร ในเรื่อง ลูกชายที่เป็นวัยรุ่นมีปัญหากับพ่อเอามากๆ และดูจะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ไม่ได้ จนได้มีโอกาสเคลียร์ใจกับพ่อ

ลูก: I never know what to say to you.
พ่อ: I’m the same way.

พ่อ: Why don’t we just tell each other, what we wish the other guy would say?
ลูก: “I’m sorry I brought you out to the sticks. ”
พ่อ: “You’re a great dad. ”

แล้วทั้งสองก็เข้าใจกัน

หลายครั้งเราก็อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจเรา แต่เรากลับไม่บอกความในใจของเราออกไป ปล่อยให้อีกฝ่ายจมอยู่กับการนั่งเดาใจกัน ซึ่งการบอกออกไปตรงๆ กลับง่ายกว่าการเดาใจกันมากมายนัก

You only have to be courageous for 20 seconds.

แม้เราจะกลัวกับการพูดสิ่งจากใจออกไปตรงๆ ไม่ว่าจะการบอกรักกับคนที่เพิ่งพบกัน หรือ ตัดสินใจอะไรที่ทำได้ยาก หากแม้เราให้เวลากับตัวเอง ให้ทำอะไรโง่ๆ สัก 20 วินาที สิ่งนั้นอาจจะเป็นคุณกับเราทั้งชีวิตอย่างมหาศาลก็ได้ ใครจะรู้

อีกสิ่งที่น่าประทับใจคือ เมื่อเจ้าหน้าที่ดูแลสวนสัตว์สาวของเรา ถามคนพ่อ ซึ่งดูไม่มีหน่วยก้านของคนจะเป็นเจ้าของสวนสัตว์เลยว่า

Why did you buy this Place?

เขากลับตอบง่ายๆ ว่า

Why not?

เรื่องมาเฉลยตอนหลังว่า ทำไม แต่มันก็ให้แง่คิดกับเราว่า อย่าไปคิดเยอะ ลงมือทำไปเลย เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงต่างหากคือคำตอบของการเรียนรู้ที่แท้จริง มัวแต่นั่งคิด นั่งศึกษา ไม่ได้ทำให้เราเรียนรู้อะไรได้หรอก

Why wouldn’t you learn Agile?

Why not!

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s