Self-Managed Team คืออะไร?

เมื่อแรกเรียนรู้อไจล์ หนังสือหรือคอร์สสอนทั้งหลายคงจะพูดว่าให้สร้างทีมให้ self-managed กันทั้งนั้น แต่ทว่าไม่ค่อยมีใครหนังสือเล่มไหนอธิบายว่าจริงๆ มันเป็นอย่างไรกันแน่

เมื่อไม่มีการอธิบายกันอย่างละเอียดก็เกิดการพยายามทำความเข้าใจมันกันเอง ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยตรงกับสิ่งที่ควรจะเป็นเท่าใดนัก เหมือนอย่างกับ crossfunctional team นั่นแหละ ที่หลายคนผ่าไปเข้าใจว่าคือการที่ให้ทุกคนทำได้ทุกอย่าง ซึ่งในความเป็นจริงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะในองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่

ความเข้าใจผิดในความเป็น self-managed นั้น ส่วนใหญ่จะไปเข้าใจว่า ทุกคนต้องเท่าเทียม ไม่มีหัวหน้าไม่มีลูกน้อง หรือผ่าไปเข้าใจสุดโต่งไปเลยว่า ใครจะทำอะไรก็ได้ตามแต่เห็นสมควร หรือ เป็น เสียงข้างมาก คือส่วนใหญ่เอาอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น ซึ่งอย่างหลังเราคงเห็นผลลัพธ์ถึงความวุ่นวายในบ้านเมืองเราเมื่อเร็วๆ นี้มาแล้ว ซึ่งถ้าเราคิดแบบนี้ในองค์กร ไม่นานคงวุ่นวายเหมือนบ้านเมืองแน่ๆ

การจะอธิบายหลักการ self-managed นั้น จะต้องทำความเข้าใจในเรื่อง ประชาธิปไดย หรือ democracy กันก่อน เพราะประเทศไทยมีการสอนเรื่องนี้ในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยกันน้อย ผิดกับ ประเทศที่เป็นต้นแบบ ที่จะมีความเข้าใจถ่องแท้ในเรื่องนี้ หลายคนคงเคยได้ยินมีคนกล่าวว่า แค่มีการเลือกตั้งไม่ได้หมายความว่าเป็นประชาธิปไตย แต่จะเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ถ้าหากขาดการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นประชาธิปไดยคือ การไม่มีการกำหนดแน่นอนตลอดเวลาว่าใครจะเป็นผู้นำ แต่มีการปรับเปลี่ยนผู้นำตามสถานการณ์และโอกาส ผ่านการเลือกตั้งหรือ การออกเสียงของสมาชิก ถ้าเป็นประเทศก็เป็นประชาชน ถ้าเป็นทีม ก็คือทีมงานนั่นเอง เมื่อเลือกเขามาเป็นผู้นำ ณ ขณะนั้นแล้ว ก็ต้องให้ความเคารพในการตัดสินใจ ไม่ใช่ เรื่องนี้ฉันได้ประโยชน์ฉันทำ ถ้าฉันไม่ได้ประโยชน์ก็ไม่ทำ อันนี้ ไม่ใช่ประชาธิปไตย และเมื่อโอกาสหรือสถานการณ์เปลี่ยน ก็ต้องมีการเปลี่ยนผู้นำเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ

ในทีมที่เป็น self-managed นั้นก็ใช้หลักการของประชาธิปไตยในการ manage กล่าวคือ ไม่มีการกำหนด ตัวผู้นำหรือหัวหน้าแต่ต้น แต่ให้มีการเลือกกันในแต่ละสถานการณ์ การเลือกกันนี้ ไม่ได้กระทำเป็นรูปแบบการเลือกตั้งเหมือนอย่างในการบริหารประเทศ เพราะจำนวนคนมีน้อย และใกล้ชิด เพราะฉะนั้นจึงสามารถทำกันแบบ casual ได้ คือ มองหน้ากันก็รู็แล้วว่าใครควรจะเป็นผู้นำ บางครั้งก็มีการ debate กันบ้างด้วยการลองแสดงวิสัยทัศน์ว่า ปัญหานี้ควรแก้อย่างไร ซึ่งถ้าวิธีการของใครดูดีที่สุด ทีมก็จะยกให้เขาเป็นผู้นำ ณ ขณะนั้น แล้ว ปฏิบัติภาระกิจให้ลุล่วงไป

จะเห็นว่า ผู้นำใน self-managed team นั้นมี ไม่ใช่ไม่มี เพียงแต่ไม่มีการกำหนดชัดเจนแต่ต้น และมีการปรับเปลี่ยนกันตลอดเวลาตามแต่สถานการณ์จะพาไป เมื่อมองจากภายนอกจึงเสมือนว่า ไม่มีตัวผู้นำก็ตาม

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s