เสือพีเพราะป่าปก

วันนี้จู่ๆ กลอนบทหนึ่งจาก พระราชนิพนธ์ “หนามยอกเอาหนามบ่ง” ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ก็ลอยมาเข้าหัว คิดว่าหลายคนคงจะผ่านหูผ่านตามา ก็อยู่ในหนังสือเรียนนี่นา จำกันได้มั้ยเอ่ย?

“..
เสือพีเพราะป่าปก
และป่ารกเพราะเสือยัง
ดินเย็นเพราะหญ้าบัง
และหญ้ายังเพราะดินดี
..”

ในการทำงานจริงนั้น ไม่มีใครที่จะทำงานด้วยตัวคนเดียวได้ ต้องช่วยเหลือกันทำงานทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าจะมองเห็นหรือไม่แค่นั้น บางครั้งที่คนเก่ง ดูจะทำงานสำคัญได้ผลสำเร็จ ก็อาจเป็นเพราะมีคนไม่เก่งคอยทำงานที่ไม่สำคัญให้ คนเก่งจึงสามารถโฟกัสกับงานที่สำคัญได้ ไม่ต้องมาห่วงหน้าพะวงหลังกับงานที่ไม่สำคัญเหล่านั้น การตกรางวัลแก่ผู้ทำงานสำคัญสำเร็จจึงเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะลดกำลังใจของผู้ทำงานไม่สำคัญ สุดท้ายก็ไม่มีใครอยากทำงานสำคัญน้อยเหล่านั้น กิจการแทนที่จะเดินหน้าอย่างรวดเร็วเหมือนเคย ก็กลายเป็นเชื่องช้าหยุดชะงัก เพราะงานไม่สำคัญไม่มีคนทำ

นานมาแล้ว สมัยผมยังทำงานประจำอยู่ ผมแทบจะไม่ยอมให้น้อง senior ทำงานของตัวเองเพียงอย่างเดียวเลย ผมจะคอยรบกวนเขาตลอดเวลาด้วยการส่งน้องที่ junior เข้าไปขอคำปรึกษาบ้าง ขอความข่วยเหลือบ้าง เขาจึงเป็นที่รักของน้องๆ เวลามีอะไรที่ไม่ค่อยสำคัญน้องๆ ก็มักจะอาสาทำให้ แม้จะมีเวลาน้อยลง แต่ก็ได้โฟกัสกับงานที่สำคัญจริง ผลงานจึงโดดเด่น เป็นที่จับตามองของทั้งลูกค้าและผู้บริหาร ส่วนน้องๆ junior แม้จะไม่เข้าตาเท่า แต่ก็เพราะทำงานจริง ก็ได้ราลวัลลดหลั่นตามสมควร ซึ่งก็ไม่มีใครว่าอะไรเพราะ พี่ senior เป็นที่รักอยู่แล้ว ทั้งทำงานหนัก ทั้งช่วยเหลือน้องๆ

ในทางกลับกัน ถ้าหากผม ไม่ได้พยายามทำให้เกิดสภาวะรูปนี้ โดย ให้ต่างคนต่างทำงานของตัว senior ก็ต้องทำมากกว่า junior ทำน้อยกว่า สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ต่างคนก็ต้องทำงานของตัวให้เสร็จ ซึ่งงานก็มีทั้งยากทั้งง่าย senior คนไม่มีเวลามาคอยช่วยเหลือ junior งานของน้องๆ เหล่านั้นคงติดขัด และ senior เนื่องจากต้องทำงานทุกอย่างเอง ก็คงไม่มีเวลาโฟกัสกับงานสำคัญ กลายเป็นจาก exelcent ก็เหลือ แค่ good enough ไม่ได้เป็นที่จับตามอง

ถ้า senior เป็นคนฉลาด คงจะเลือกที่จะ delegate งานไม่สำคัญให้น้องๆ แล้วตัวเองทำงานที่สำคัญ ซึ่งคงจะได้ผลดีโดดเด่น เป็นที่จับตามองเป็นแน่ แต่เมื่อน้องๆ junior รู้แกวแล้ว ก็คงจะเรื่องเลี่ยงงาน หรือ ทำไม่เต็มที่เพราะ ไม่รู้จะไปสร้างผลงานให้พี่ senior ไปทำไม สุดท้ายก็โดยเอาผลงานไปกินอยู่ดี senior พอโดนอย่างนี้ ผลงานก็คงแย่ลงเพราะต้องคอยตามแก้งานของน้องๆ ที่ทำงานไม่เต็มที่สุดท้าย ผลงานของทีมก็คงไปไม่ถึงไหน ถ้าทั้งบริษัทเป็นแบบนี้ก็คงมีผลประกอบที่แย่ลงเรื่อยๆ เป็นแน่

ลองคิดในอีกแง่ที่ scale กว้างขึ้น เช่น การที่ทีม dev สามารถทำงานได้สำเร็จลุล่วง อาจเป็นเพราะ ทีม support ที่ทำงานอยู่ด้านหลัง ช่วยแก้ปัญหาของลูกค้าได้ดี incident ต่างๆ จึงไม่มารบกวนทีม dev ทำให้สามารถโฟกัสกับการทำฟีเจอร์ใหม่ให้สำเร็จลุล่วงในเวลาที่กำหนดได้ ถ้าหากมีแต่ทีม dev เท่านั้น ที่ได้รับคำชมเชยสำหรับการออก release ใหม่ ทีม support คงเสียกำลังใจและในพายพากหน้าคงจะไม่พยายามมากเกินไป ถ้าเรื่องไหนไม่แน่ใจก็ปล่อยผ่านมาให้ทีม dev ดู หนักเข้าทีม dev ก็ไม่มีเวลาเพียงพอ และปล่อย bug ออก Production แล้ว ก็วนกลับมาเป็น incident ทำให้ทำานไม่ทันเกิดเป็น bug ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนักขึ้นเรื่อยๆ และผลงานแย่ลงเรื่อยๆ

เรื่องนี้ Mike Laddin แห่ง LeaderPoint ผู้หนึ่งที่ผมนับถือเป็นอาจารย์ ได้เคยกล่าวไว้ แปลเป็นไทยได้ทำนองว่า “ไม่มีงานชิ้นไหน ที่คนหนึ่งคนใดจะเป็นผู้ทำมันแต่เพียงผู้เดียวได้ การที่เขาเป็นคนรับคำสั่ง และนำผลงานมาส่งมอบ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำมันแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ความจริงมักจะมีผู้อื่นช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำอยู่ข้างหลังเสมอ เพราะฉะนั้น การตกรางวัลเขาเพียงผู้เดียว จะเป็นการทำให้ผู้ที่ช่วยเหลืออยู่ข้างหลังเสียกำลังใจเป็นอย่างมาก สุดท้ายแล้ว teamwork ก็จะสลายไป สิ่งสำคัญที่ผู้นำต้องทำคือ จะต้องกล่าวชมเชยในที่สาธารณะ และขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่ทำให้งานสำเร็จลุล่วง และตกรางวัลตามสมควร อย่างทั่วถึง จึงจะสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นได้”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s