อไจล์พ่าย culture

 อไจล์เป็นอะไรที่สร้างยาก แต่สูญสลายง่ายมาก Henrik Kniberg อาจารย์ท่านหนึ่งของผม(แต่เค้ารับผมเป็นศิษย์หรือเปล่าไม่ทราบ) กล่าวไว้ว่า “Agile is Fragile” และ “Culture eats Agile for breakfast” ซึ่งไม่ได้ผิดความจริงไปแม้แต่น้อยเลย

สิ่งที่ทำให้อไจล์สูญสลายง่ายมาก โดยเฉพาะเมื่อเจอกับ culture หรือวัฒธรรมองค์กร นั้นเป็นเพราะ อไจล์นั้นเป็นส่ิงที่ counter-intuitive คือ ไม่ตรงตาม common sense ส่วน culture นั้นสร้างมาจากมุมมองร่วมกันของผู้คนในองค์กรมานานนับปี เมื่อปราศจากคนไกด์ หรือที่เรามักเรียกว่า โค้ช ผู้คนในองค์กรก็จะขาดที่พึ่ง ผู้ที่คอยชี้ให้เห็นประเด็นว่าเรื่องใดจะเป็นประเด็นที่กระทบต่อ agility ของทีมบ้าง เมื่อขาดตรงนี้ไป ก็ทำให้ทีมมองไม่เห็นและจำเป็นต้องอาศัยประสาทสัมผัสของตนเองซึ่งคุ้นเคยกับ culture เดิม จึงทำให้ อไจล์ค่อยๆ เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว

ยกตัวอย่างเช่น ในสมัยกลางนั้น ผู้คนระบุว่าโลกแบน ด้วยส่วนหนึ่งคือ อาจารย์สมัยนั้นสอนอย่างนั้น อีกอย่างคือ มองด้วยตามเปล่าก็เห็นว่ามันแบน ถึงแม้จะมีคนมาบอกว่าโลกกลม และแสดงวิธีเดินเรือให้ดูว่าต้องใช้หลักการของโลกกลมจึงจะเดินเรือได้ถูกต้อง แต่ถ้าหากคนไกด์ไม่อยู่คอยไกด์แล้ว คนส่วนใหญ่คงไม่สามารถเดินเรือเองได้ และสุดท้ายถ้าจำเป็นต้องเดินทางก็คงนำเอาวิธีเดินเรือแบบโลกแบนมาใช้ เพราะไม่สามารถเข้าใจว่าเดินเรือแบบโลกกลมทำอย่างไร ถึงแม้จะรู้ว่าผิด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จำเป็นต้องทำไปแบบผิดๆ นั้นเอง

อีกที่ทำให้อไจล์สูญสลายไปได้อย่างรวดเร็วจนคาดไม่ถึงคือ ความที่ผู้บริหารมักจะเป็นผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา คือส่งทุกคนไปเรียนอไจล์หมดยกเว้นตัวเอง พอถึงเวลาก็ไม่รู้ว่าจะสื่อสารแบบอไจล์อย่างไร จึงใช้ความเคยชิน ด้วยคำถามง่ายๆ ว่า “เสร็จเมื่อไหร่?” ซึ่งลูกน้องซึ่งมี culture แบบเชื่อฟังคำสั่ง (ใครไม่เชื่อฟังคนจ่ายเงินเดือนบ้าง) ก็จะไม่กล้าที่จะตอบว่า “ไม่รู้ ต้องแล้วแต่ทีม ต้องเอาไป grooming, planning, vote point ก่อน  ซึ่งถ้าต้องให้เดี๋ยวนั้น ก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องนั่งเทียน สุดท้าย ก็ทำกันหัวหกก้นหวิด เพราะ ไปสัญญา duedate เป็นไปไม่ได้เอาไว้

เรื่องอย่างนี้ไม่รู้ว่าจะโทษใครดี ระหว่างหัวหน้าที่ไม่รู้อไจล์ กับลูกน้องที่ไม่กล้าขัดใจ หรือโทษทั้งคู่ดีนะ

Advertisements

One thought on “อไจล์พ่าย culture

  1. อ่านแล้ว ผมตีความเอาเองว่า
    “อไจล์ ต้องใช้เวลา(เพื่อบ่มเพาะและตกผลึก)” แต่ด้วยสภาพสังคมการแข่งขัน การยึด Quick Win, Short-term Win เป็น อาจิณ
    สิ่งที่กำลังบ่มเพาะ กำลังฟักตัว (เหมือนไข่แดงที่กำลังจะกลายเป็นลูกเจี๊ยบตัวน้อย) เมื่อไม่มีโค้ชที่คอยดูแล(เหมือนไม่มีแม่ไก่มาคอยกก) สักพักก็จะโดนมือดีที่มีห้านิ้ว โป้งชี้กลางนางก้อย หยิบฉวยเอาไปได้ สุดท้ายไม่พ้น อยู่ในกระทะ

    ช่างเปราะบางเสียจริง

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s