วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมประดิษฐ์

ผมได้ยินหลายคนอ้างถึง “วัฒนธรรมไทย” และผมรู้สึกตลกทุกครั้งที่ได้ยินคำพูดประมาณว่า พฤติการของวัยรุ่นทำให้วัฒนธรรมไทยอันดีงานต้องเสื่อมทรามลง เหตุผลที่ผมรู้สึกขำเป็นเพราะ วัฒนธรรมที่เขาว่าหาใช่วัฒนธรรมไทยแท้ไม่ แต่เป็นวัฒนธรรมไทยประดิษฐ์ที่ถูกคิดประดิษฐ์ขึ้นเมื่อไม่เกิน 80 ปี ที่แล้ว เพื่อบอกคนอื่นว่า เราเป็นอารยะแล้วเหมือนกัน เท่านั้นเอง

ลองให้ท่านผู้อ่านคิดถึงสิ่งที่เรียกว่า “วัฒนธรรมไทย” ที่พอจะนึกได้เป็นอันดับต้นๆ อย่าง

การไหว้

คนไทยสมัยโบราณเขาไม่ไหว้คนเป็นกันหรอกครับ เขา “ไหว้พระไหว้เจ้า” คือ เรารับการคารวะแบบนี้มาจากอินเดีย ซึ่งจะแสดงการคารวะ “เจ้า” หรือ ที่เรียกว่า “เทวดา” ของเขาด้วยการไหว้ ซึ่งพอเราเปลี่ยนเป็นพุทธ เราก็ยังคงการคารวะแบบนั้นอยู่ เลยมี อยู่ 3 สิ่ง ที่เขาจะไหว้กัน คือ เทวดา(พราหมณ์) พระ(พุทธ) และ เลยลามไปถึงสิ่งเหนือธรรมชาติที่เราเคารพสักการะอยู่เดิม คือ “ผี”(ธรรมชาติ) ส่วน เชื้อพระวงศ์นี่เขาเป็น สมมติเทพ จึงถือว่า เป็น เทวดา ด้วย

เราเพิ่งจะไหว้คนด้วยกัน ตอนมีฝรั่งเข้ามาประเทศไทยมากๆ แล้วเรารังเกียจที่เขาจับมือเรา เพราะกลัวเขาจะเอาอะไรมาป้าย ให้ของเราเสื่อม หรือ ดึงเข้าไปเอามีดจิ้มพุง เลย นึกถึงการไหว้ที่เรายืมอินเดียมา ไหว้ผี ไหว้พระ ไหว้เจ้า บ้านเรา เลย เอามาประดิษฐ์ใช้ไหว้กันเองด้วย พอฝรั่งจะขอจับมือ เราก็บ่ายเบี่ยงว่า คนไทยเราไหว้กัน ไม่จับมือหรอก แล้วพาฝรั่งไหว้ด้วยเลย ปลอดภัยดี

สวัสดี

สมัยโบราณคนไทยไม่เคยกล่าวคำว่า “สวัสดี” กันหรอกครับ เราทักทายกันว่า “ไปไหนมา” แต่พอ มีฝรั่งเข้ามา เขามี “Hello”, “Good morning”, “Good afternoon”, “Good evening”, และ “Good night” เลยอยากมีบ้าง เดี๋ยวเราจะไม่เป็นอารยะ เลยประดิษฐ์คำมาให้เท่ากัน ได้ว่า “สวัสดี”, “อรุณสวัสดิ์”, “ทิวาสวัสดิ์”, “สายัณสวัสดิ์”, และ “ราตรีสวัสดิ์” พอประกาศเสร็จก็นึกขึ้นได้ว่า ลืม “Goodbye” ไป เอาไงดีหว่า เอาคำว่า “ลาก่อน” ก็แล้วกัน ซึ่งคนไทยเวลาจากกันเราไม่พูด “ลาก่อน” กันหรอกครับ อาการจากกันเราจะใช้ “ลา” เฉยๆ และผู้น้อยต้องเป็นคนพูดลาและบอกเป้าหมายที่จะไป เช่น “ผมมาลากลับบ้านครับ” และผู้ใหญ่จะพูดว่า “ไปดีมาดีนะ” ไม่มีใครใช้คำประหลาดอย่างคำว่าลาก่อน จนมาไม่นานนี้หรอกครับ

ต้มยำกุ้ง

โบราณ อาหารไทยนั้นไม่มีที่เป็นน้ำ เพราะไทยเราไม่มีช้อน เราใช้มือกินข้าวขอรับ เรามีคำกริยาแสดงการใช้มือกินด้วยซ้ำ เรียกว่า “เปิบ” อาหารที่เป็นน้ำนั้น เราเอามาจาก อินเดีย เป็นลักษณะน้ำข้น เรียก แกง และ มาจากจีน เป็นลักษณะ น้ำใส เรียก ต้ม (ยกเว้น แกงจึด) เพราะฉะนั้น ต้มยำกุ้ง เป็นอาหารที่เราเอามาจากจีน แต่คงเพราะคนไทยไม่ชอบกินกุ้ง เพราะคาว จึงนำเอาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ตัดคาวใส่ลงไปเต็มพิกัด เกิดเป็น ต้มยำ ด้วยประการฉะนี้

ผัดไทย

เป็นอาหารเวียดนาม ที่เอาเส้นเฝอมาผัดกับเครื่องปรุง เรียก “เฝอเส่า” พ่อค้าเวียดนามนำเข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา ต่อมาช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ท่านผู้นำสมัยนั้นเห็นคนไทย หุงหาอาหารใช้เวลามาก อยากให้ใช้เวลาน้อยลง จะได้มีเวลาทำงานพัฒนาประเทศชาติ โดยเฉพาะมื้อเที่ยงที่กลับบ้านไปหุงหาอาหารกว่าจะกลับมาทำงานก็บ่ายคล้อย มองไปทางคนจีนและเวียดนามที่อพยพเข้ามาไม่นานก็สามารถตั้งตัวได้ เลยคิดไปว่า อาหารเส้นพวกก๋วยเตี๋ยวน้ำ ก๋วยเตี๋ยวผัด นี่แหละคือทางออก ต่อไปไม่ต้องกลับบ้านไปหุงหาอาหารแล้ว กินอาหารพวกนี้แถวที่ทำงานเลย จะได้กลับมาทำงานต่อเร็วๆ GDP จะได้โตกับเขาเสียที

หญิงไทยต้องรักนวลสงวนตัว

ไม่ต้องอะไรมากเลยครับ หญิงไทยสมัยก่อน “เปลือยอก” ครับ (ความจริงผู้ชายก็เปลือยอกเหมือนกัน) ไอ้จะมาองอายกลัวคนเห็นหน้าอกนี่ ก็หลังจากฝรั่งเข้ามาแล้ว เห็นแหม่มใส่เสื้อชายไทยเลยรู้สึกขาดทุน ประกอบกับ ฝรั่งเขาหาว่าเราเถื่อนที่ไปอยากดูนมเขา เลยกำหนดให้ เราต้องใส่เสื้อปิดบ้าง เลยปิดกันไปหมด (แย่จริงๆ)

ชายดีต้องรักเดียวใจเดียว

สมัยโบราณชายใดมีอำนาจวาสนา จะต้องมีภรรยามาก ครับ ขุนแผนจึงเป็นยอดชายในตำนานอย่างไรล่ะ เราเพิ่งมายกย่องผัวเดียวเมียเดียวกันตอนฝรั่งเข้ามานี่แหละ เดี๋ยวเขาจะหาว่า เราไม่เป็นอารยะน่ะแหละ

คนดีต้องซื่อสัตย์

คนไทยโบราณเขาถือว่า คนเก่งคือคนชนะครับ อย่างที่บอกว่า “ชนะเป็นเจ้า แพ้เป็นโจร” ดูตัวอย่างง่ายๆ ก็พระเอกอย่าง ศรีธนญชัยไงล่ะ

แต่งงานแล้วภรรยาอยู่บ้านสามี
สมัยก่อน ชายไทยทุกคนต้องเป็นทหารครับ เดือนเว้นเดือนจะต้องเข้ากรมกองรับใช้เจ้านาย(ไม่ใช่อำมาตย์อย่างที่เขาว่านะ) ถ้าหากฝ่ายหญิงต้องย้ายมาอยู่บ้านฝ่ายชายก็จะเหงาและขาดคนดูแล การแต่งงานจึงให้ฝ่ายชาย ย้ายเข้าบ้านฝ่ายหญิง เมื่อเข้ากรมกองภรรยาก็จะมีพ่อแม่ดูแลเหมือนเดิม

เอาพอหอมปากหอมคอ ให้ได้ idea ว่า วัฒนธรรมที่เราถูกสอนในโรงเรียนนั้น มัน fake แค่ไหน เวลา เจ้าป้าดัดจริต มาตำหนิ จะได้ตอกกลับไปได้ว่า อย่าเอาของหลอกลวงพวกนั้นมายัดเยียดเรา ได้โปรด ของเราน่ะไทยแท้ นะเฟร้ย

ปล. ไม่อยากพูดเรื่อง หนีตามกัน เดี๋ยวจะเป็นการชี้โพรงให้กระรอก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s