พลังที่แท้จริง ของ physical board

หลายคนพอจะทำอไจล์ ก็ต้องเลือกว่าจะใช้ physical board หรือ electronic board ดี ซึ่งคนที่มาจากสาย programmer มักจะไม่ค่อยคิดมาก จะให้ใช้อะไรก็บอกมา ส่วนคนจากสาย project management โดยเฉพาะสาย PMO (Program Management Office) นี่จะยอมไม่ได้เลย โดยเหตุผลหลักคือ physical board ไม่สามารถ track งานย้อนหลังได้

ความจริงแล้วนั่นคือ จุดด้อยของ physical board และเป็น จุดแข็งของ electronic board ซึ่งทำให้เราสามารถ เก็บรวบรวมสถิติได้ง่าย และที่สำคัญทุกอย่างเกิดขึ้น realtime เสียด้วย พอ status ถูก update รายงานต่างๆ ก็ update ตาม เท่ไม่หยอกเลย

แต่สิ่งที่ได้มาทางสถิตินี้ ถ้าไม่มี physical board แล้วจะเสียอะไรไปบ้าง เราต้องมาดูถึงจุดแข็งของการมี physical board

ประการแรก ประโยชน์ของการมี physical board คือ visibility electronic board นั้น กว่า จะดูต้องเข้าหน้าจอ ซึ่งมักจะเป็น web ต้องล็อกอิน ซึ่งมักจะจำกัด แค่ขนาดของหน้าจอ ซึ่งก็ไม่ได้กว้างใหญ่มากมายอะไร ส่วน physical board นั้น จะขยายขนาดเท่าใดก็ได้ จะจำกัดก็เพียงขนาดของ กำแพงเท่านั้นเอง ที่สำคัญ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า และเราจะดูเมื่อไหร่ ก็แค่ เงยหน้าขึ้นมองเท่านั้นเอง ทุกอย่างจึง highly visible จริงๆ

ประการต่อมา คือ เรื่อง commitment กล่าวคือ การใช้ physical board นั้นบังคับ ให้ทุกคนต้องเขียน การ์ดของตนเอง และ update เอง ทุกคนจึงเกิด psychological commitment กับงานนั้นๆ เกิดความรู้สึก ผูกพัน มีส่วนร่วมกันอย่างแท้จริง ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการก่อเกิด passion ในการทำงาน

อีกประการหนึ่งคือ personal achievement ใครไม่เคย ไม่รู้หรอกว่า การทำงานเสร็จ แล้วเดินอย่างสง่าผ่าเผยไปที่ board แล้ว ย้ายการ์ดไปที่ done นั้นมันฟินขนาดไหน

การได้มี contribution อย่างเท่าเทียมกัน การใช้ electronic board นั้นเวลาทำ planning มักจะเอาขึ้นหน้าจอใหญ่ๆ เช่น projector จึงทำให้มีคนคุม mouse/keyboard คนเดียว ซึ่งเป็นข้อเสียมาก เพราะคนนั้นจะกลายเป็นคนกุมอำนาจคอย filter ว่าอะไรจะพิมพ์จะเขียนอย่างไร คนอื่นๆ จะมีโอกาส disengage ได้ง่ายมาก ซึ่งถึงแม้ไม่แสดงออก แต่ commitment ของทีมจะอ่อนลงอย่างมีนัยสำคัญ

สุดท้าย คือ User interface ของ physical board นั้น มี learning curve ที่ต่ำมาก มีคนเล่าว่า เขาจะเตรียมการ party ที่บ้าน แต่งานเดินไปได้ช้า จึงต้องการความช่วยเหลือจากแขกที่มางานเพื่อช่วยตระเตรียมสิ่งต่างๆ โดย เขาได้นำเอา physical board มาใช้ โดยที่แปะการ์ดบอกว่า มีงานอะไรต้องการความช่วยเหลือบ้าง ใครจะช่วยอะไรก็เพียง ย้าย การ์ดนั้นจาก todo มา doing แล้วก็ไปทำ พอเสร็จแล้ว ก็มาย้ายไป done ง่ายๆ แค่นี้เอง ลูกชายวัยราว 3-4 ขวบของเขา ยืนมองอยู่พักหนึ่ง ก็สนใจ แล้ว เขียนรูป (เด็กยังเขียนหนังสือไม่ได้) ไอศกรีมไปแปะที่ todo ทำนองว่า เขาเห็น การ์ดย้ายไปทางขวา แล้วก็มีอาหารมาวางที่โต๊ะ และเขาอยากทานไอศกรีมก็เลย เขียนรูปไปแปะ และคาดหวังว่า จะมีคนหาไอศกรีมมาให้เขาทานนั่นเอง ซึ่งจะเห็นว่า แม้แต่เด็กสี่ขวบก็สามารถเข้าใจระบบการทำงานของ physical board ได้ไม่ยาก และคงจะไม่มี electronic board ใดที่ใช้งานได้ง่ายเท่านี้แน่ๆ (เขาในเรื่องนี้คือ ท่านศาสดา Henrik Kniberg นั่นเอง)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s