อไจล์สไตล์ Outsource #1 – อไจล์ทีม

วันพฤหัสบดีที่ 21 ที่จะถึงนี้ พี่ปอมและผมมีนัดไปพูดในงาน TPSE2014 ผมวางแผนจะพูดเรื่องเกี่ยวกับการทำ outsource ในรูปแบบอไจล์ ด้วยความที่เนื้อหาอาจจะแน่นเลยคิดว่า มาชิมลองกันทางบล็อกก่อนเผื่อมีข้อติชมประการใดจะได้ปรับปรุงได้ทัน

ก่อนจะพูดเรื่อง outsource อย่างจริงจังขอเท้าความถึงเรื่องทีมที่ทำงานกันแบบอไจล์ก่อนว่า มันเป็นอย่างไร

หลายคนเวลาได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับการทำอไจล์ คงหนีไม่พ้นต้องได้ยินคำว่า “ทีม” ซ้ำไปซ้ำมา ทีมอย่างโน้นทีมอย่างนี้ สำหรับคนไม่คุ้นเคยคงมีความรู้สึกว่าอะไรกันนักนะ แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยเพราะ ทีม เรียกได้ว่าคือหัวใจของการทำอไจล์ว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวกันเลย

แล้วทีมที่ดีสำหรับอไจล์เป็นอย่างไร

Cross functional

สำหรับอไจล์แล้วจะไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเป็นแผนก หรือโรล ความจะจริงอาจจะมีโรลได้ แต่ไม่มีการแยกทีมตามโรล แต่ทุกคนที่มีหน้าที่ในการทำงานเพื่อให้งานเสร็จจะทำงานร่วมกันโดยไม่มีการแบ่งแยก เราเรียกการทำงานแบบนี้ว่า cross-function กล่าวคือ ให้นำเอาทุกคนที่มีหน้าที่แตกต่างกันมาทำงานร่วมกันเป็นทีมนั่นเอง สิ่งนี้มีหลายคนหลงประเด็นว่า คือ ทุกคนทำทุกอย่าง ซึ่งไม่ถูกต้อง ความจริงคือทุกคน จะทำงานบางอย่างตามความถนัด ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องเป็นอย่างเดียว(multi-skilled) แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องทำได้ทุกอย่าง อันนั้นมันเกินไป

Self-managed

ทีมแบบอไจล์จะไม่มีหัวหน้าคอยสั่งการ อันนี้หลายคนจะรู้สึกว่า ไม่ได้หรอก บริษัทฉันต้องมีหัวหน้า อไจล์ไม่ได้ห้ามไม่มีมีตำแหน่งบริหาร หลายบริษัทที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบอไจล์ก็มีตำแหน่งบริหาร บางที่มีสายบังคับบัญชายาวด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่แตกต่างคือ อำนาจสั่งการ บริษัทแบบอไจล์จะให้อำนาจในการจัดการอยู่ที่หน้างาน คือ คนทำงานจริงเป็นคนตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องเฉพาะหน้าแต่ละเรื่อง

Consensus agreement

ด้วยความที่อำนาจตัดสินใจในแต่ละเรื่องอยู่ที่คนทำงานจริงๆ เสร็จแล้วคนทำงานแบบอไจล์นั้นไม่ได้ทำคนเดียว แต่ร่วมกันทำเป็นทีม ทำให้การตัดสินใจต้องทำกันเป็นทีมเหมือนกัน หลายคนพอบอกว่าให้ตัดสินใจเป็นทีม วิญญาณประชาธิปไตยที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่สมัยเรียน ก็พลุ่งออกมาทันที ยังงี้เราต้องโหวตใช้เสียงข้างมาก ใครเคยดูหนังสือ Minority Report คงจะรู้ว่าการใช้แต่เสียงข้างมาก โดยไม่ฟังเสียงข้างน้อยนั้นมีข้อเสียอย่างไร อไจล์รับรู้ข้อนี้ดี จึงไม่ยอมใช้ระบบเสียงข้างมากแบบในสภา แต่ใช้มติเอกฉันท์ เป็นวิธีการตัดสิน กล่าวคือ ถ้าไม่เห็นไปในทางเดียวกันหมดทุกคน ก็ต้องพูดคุยกันจนกว่าจะได้ข้อสรุป ซึ่งทีมจะต้องควบคุมซึ่งกันและกันให้ใช้เหตุผลเข้าตัดสิน ไม่ใช่ใช้อารมณ์ว่าฉันตำแหน่งสูงกว่า ต้องชนะ อย่างนี้ไม่ได้้ อไจล์ไม่ยอม

การวางแผน และ ประเมิน (Estimate) ทำโดยคนทำงานจริงๆ

อไจล์จะให้ความเชื่อถือกับคนที่ลงมือทำงานจริงๆ เป็นหลัก ไม่ว่าใครจะเก่งขนาดไหน ตำแหน่งสูง หรือประสบการณ์มาก ก็ยอมให้ทำ estimate แทนคนทำงานจริงไม่ได้ ตรงนี้เป็นกุศโลบายของอไจล์ ประการแรกคือ คนที่ไม่ได้ทำงานจริง จะไม่สามารถรับรู้ปัญหาหรือข้อจำกัดของตัวเนื้องานจริงได้ การให้อำนาจคนเหล่านี้ไป จะเป็นผลเสียแก่คนทำงานจริง ทำให้เนื้องานออกมาไม่ได้ดีเท่าให้คนทำงานจริงเป็นผู้ทำ อีกประการหนึ่งคือ การสร้าง ความผูกพันทางจิตวิทยา คือ ถ้าหากไม่ได้เป็นผู้ estimate ก็จะมีข้ออ้างกับตัวเองว่าฉันไม่ได้วางแผนอย่างนี้ ทำจริงไม่ได้หรอก ทำให้กลายเป็นไม่ได้ทุ่มเทเต็มที่ การ estmate และวางแผนเองจึงเป็นการขจัดความสงสัยในความเป็นไปได้ของแผน ด้วยความที่ฉันเป็นคนวางแผนเอง ก็ต้องทำได้แน่นอน เป็นปัจจัยสำคัญให้ทีมมีความเชื่อมันที่จะทำตามแผนให้ได้จริง และด้วยความที่ระยะ iteration/sprint มีความยาวที่สั้นมาก ทำให้โอกาสที่จะสามารถวางแผนได้แม่นยำมีเพียงพอ

Co-located

ด้วยความที่ การสื่อสารแบบต่อหน้า (face-to-face) นั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุด การที่ทีมทำงานอยู่ในสถานที่เดียวกัน อย่างใกล้ชิดจึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการสื่อสารมากขึ้น ที่สำคัญ เพราะนั่งอยู่ด้วยกันทำให้เห็นการทำงานของกันและกันได้ดี จึงขจัดปัญหาความไม่เข้าใจกันได้แต่ต้น

มีการปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่องโดยคนทำงานจริง

อันนี้จะแตกต่างกับ traditional พอสมควรที่จบโปรเจ็คสักครั้งก็มาประชุมเพื่อปรับปรุงการทำงานกันที เรื่องหลายเรื่องก็ลืมเลือนกันไปแล้ว บางเรื่องก็ได้แค่บ่น แล้วก็เงียบหายไป ที่สำคัญคนที่ได้พูดมักจะไม่ใช่คนทำงานจริงๆ เสียอีก เรื่องจึงมักไม่ค่อยตรงกับความเป็นจริงเท่าใดนัก อไจล์นั้นบังคับให้ต้องมีการ review ระบบการทำงานที่เรียกว่า Retrospective กันเป็นประจำที่สำคัญบังคับด้วยว่าจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งทุกครั้ง เพื่อปรับปรุงการทำงานทีละน้อย แต่บ่อยๆ นั่นเอง

สรุปได้ว่า
ถ้าหากทีมที่ทำงาน เป็น outsource แล้วมีคุณสมบัติครบถ้วนตามนี้ก็ถือว่าเป็นอไจล์แล้วนั่นเอง

Advertisements

4 thoughts on “อไจล์สไตล์ Outsource #1 – อไจล์ทีม

  1. เกิดความงง ขอถามนะครับ
    “ความผู้พันธ์ทางจิตวิทยา” อันนี้ใช่ ความผูกพันธ์ทางจิตวิทยา หรือเปล่าครับ?

    ส่วนตัวผม
    face-to-face communication is face-to-face communication without Six’s B. ^_^

  2. Pingback: อไจล์สไตล์ Outsource #3 – ปัญหาและทางออก | Korn4D Agile Blog

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s