อไจล์สไตล์ Outsource #2 – ทำไมถึงต้อง outsource

การ Outsource คือการที่บริษัทถ่ายโอนงานส่วนหนึ่ง ไปให้แก่คนภายนอกบริษัทในการทำงานนั้นแทน โดยมีหลายเหตุปัจจัย เช่น บริษัทอาจจะไม่มีความถนัดในด้านนี้ หรือ ไม่ได้ต้องการทำงานส่วนนั้น เป็นต้น

การ outsource นั้น เป็นที่นิยมมากในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา ด้วยความที่บริษัทต่างๆ ต้องแข่งขันกันลดต้นทุน การ outsource เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถลดต้นทุนอย่างได้ผล แล้วงานส่วนใดล่ะที่ใช้เงินมาก และควบคุมดูแลได้ยาก ถ้าไม่ใช่งานโปรเจ็ค IT

การพัฒนาซอฟแวร์ในช่วงนั้น ใช้ระเบียบวิธีแบบ waterfall เป็นหลัก ทำให้เกิดผลคือ โปรเจ็คล่าช้า ใช้เงินเกินงบ มีคุณภาพไม่ดี ฯลฯ เมื่อเห็นอย่างนี้ก็เข้าแก๊บ เราทำได้ไม่ดีเพราะเราทำงานด้านนี้ไม่เก่ง สมควร outsource เพื่อให้คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟแวร์เข้ามาทำ พวกเขาจะต้องสามารถทำมันได้อย่างไม่มีที่ติ และใช้เงินน้อยกว่าพวกเราทำเองอย่างแน่นอน IT outsourcing จึงเกิดขึ้นอย่างขนานใหญ่ โดยเริ่มจากอเมริกาเหนือเป็นหลัก

แต่เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความเชี่ยวชาญ แต่อยู่ที่ระเบียบวิธีการแบบ waterfall ที่ไม่ช่วยลดแถมยังเพิ่มความเสี่ยงในการทำซอฟแวร์ การ outsource กลับยิ่งทำให้ความเสี่ยงนั้นอาารหนักขึ้น เพราะ เป็นลักษณะสัญญาแบบ Fix-time Fix-Cost Fix-Scope แถมยังต้องประเมินล่วงหน้าเป็นเวลานาน ทำให้ต่างคนต่างก็ต้อง “เผื่อ” คนที่เป็น outsource ก็ต้องคิดราคาแพงกว่าปกติ เพราะความเสี่ยงสูงเหลือเกิน ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่า ขาดทุนหรือไม่ ส่วนคนจ้าง ก็รู้สึกว่าต้องใส่ requirements เข้าไปมากๆ ให้คุ้มเงิน และ ถ้าพลาดก็จะต้องเป็น Change Request เสียเงินเพิ่มอีก จึงต้องใส่ให้ครบตั้งแต่ต้น เกิดเป็นซอฟแวร์ส่วน ที่ไม่ได้ใช้ มากมาย กลายเป็น ธุรกิจส่วนใหญ่สูญเงินมากขึ้นกว่าเดิมและได้ของที่ใช้งานได้จริงน้อยกว่าเดิม

ช่วงสิบปีแรกของศตวรรษที่ 21 จึงเป็นช่วงรู้ตื่น ที่บริษัทหลายบริษัทที่รักษาฝ่าย IT ของตนเองไว้ได้ทำกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำ ด้วยเหตุผลสองอย่างคือ บริษัทคู่แข่งที่เลือกที่จะ outsource ประสบปํญหาคุณภาพงาน และ ใช้เงินเกินงบ(budget overrun) และ การเป็นที่แพร่หลายของระเบียบวิธีทำซอฟแวร์แบบใหม่ที่ชื่อว่า อไจล์

อไจล์นั้น รับรู้ปัญหาของการทำซอฟแวร์แบบดั้งเดิม และปรับวิธีการเพื่อให้ความเสี่ยงของทำซอฟแวร์ลดลง เช่น ทำงานเป็นช่วงสั้นๆ 2-4 สัปดาห์ เพราะทุกอย่างเป็นการเรียนรู้ การหั่นช่วงการทำงานออกเป็นย่อยๆ จะช่วยให้ทีมพัฒนา และเจ้าของงานเข้าใจความต้องการที่แท้จริงได้ดีกว่า, ยอมรับให้มีการเปลี่ยนแปลงแม้จะเป็นช่วงหลังของการทำงาน เพือสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าไม่ต้องพยายามยัดของที่ไม่มั่นใจว่าต้องการจริงหรือไม่เข้ามาในโปรเจ็ค จึงช่วยให้ของที่ทำเป็นของทีได้ใช้งานจริงช่วยลดความสูญเปล่า เป็นต้น

จะเห็นว่า อไจล์ช่วยแก้ปัญหาที่เป็นเหตุให้เกิดการ outsource ในช่วงก่อนหน้า แต่อไจล์กลับมีปัญหาของตนเอง คือ อไจล์ เน้นที่การทำงานเป็นทีมเวิร์ค และการสร้างทีมเวิร์คนั้นต้องใช้เวลามาก เพราะฉะนั้น บริษัทที่เริ่มนำเอาอไจล์ไปใช้จะประสบความสำเร็จในการส่งมอบซอฟแวร์ที่มีคุณภาพสูงขึ้น ความชื่นชอบของผู้ใช้ก็มากขึ้น และได้รับรางวัลคือ “ความต้องการที่เพิ่มขึ้น” และ “ต้องการเร็วขึ้น” แต่ การสร้างอไจล์ทีมจึงต้องการเวลามากในการปรับคนแต่ละคนเข้าหากัน เพราะคนไม่ใช่ฟันเฟืองที่แค่เอามาต่อกันแล้วจะลงล็อกพอดี เมื่อความ demand มีมากกว่า supply เหล่า IT management จึงหันกลับไปมอง solution เดิมอีกครั้ง

Outsource!!!

พวกเขาจึงเริ่มมองหาว่า ใครที่จะรับงาน ของพวกเขาแล้วส่งมอบงานเป็นส่วนๆ ส่งมอบทุก iteration ได้บ้าง

Advertisements

2 thoughts on “อไจล์สไตล์ Outsource #2 – ทำไมถึงต้อง outsource

  1. งง ขอถามนะครับ

    “ในเงินเกิดงบ” ที่อยู่ใน “โปรเจ็คล่าช้า ในเงินเกิดงบ มีคุณภาพไม่ดี ฯลฯ”
    นี่คือ พี่จะพิมพ์ว่า “ใช้เงินเกินงบ” หรือเปล่าครับ

    เห็นด้วยเต็มๆ เรื่อง “คนไม่ใช่เฟือง” คนก็คือคนครับ
    (เพราะถ้าคนเป็นเฟือง คนก็ไม่ต่างอะไรกับ Resource) ^_^

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s