ข้อดีของการมองโลกแง่ลบ

ผมเป็นคนคิดเชิงลบ เดินไปเห็นต้นไม้ก็คิดแล้วว่า ถ้าต้นไม้ล้มใส่หัวจะทำอย่างไร หรือ แค่ปวดท้อง ก็คิดไปแล้วว่า จะเป็นมะเร็งหรือเปล่า ถ้าเป็นจริง จะทำตัวอย่างไรบ้าง เรื่องยังไม่เกิดขึ้นเลย แต่ผมคิดไปก่อนแล้วว่า เหตุการณ์ร้ายจะมา แล้วคิดวางแผนแล้วว่าจะทำอย่างไรดี ผมกลุ้มใจมาก เพราะใครๆ ก็เอาแต่ให้คิดเชิงบวก แต่ช่วยไม่ได้ ธรรมชาติของผมเป็นคนเชิงลบนี่นา ความกลุ้มใจของผมมาจบลงเมื่อได้อ่านหนังสือ สองเล่มเมื่อตอนเป็นเด็กวัยขบเผาะ

เล่มแรกคือ How to Stop Worrying and Start Living โดยท่าน Dale Carnegie ผู้ล่วงลับ ท่านกล่าวไว้ว่า วิธีในการหยุดความกังวลคือให้ “คิดเชิงลบ” เอาให้ลบสุดๆ คือ เอาให้แย่ที่สุดเท่าที่เราคิดว่าจะเป็นไปได้ แล้วทำใจยอมรับมันซะ ซึ่งที่ผมคิดนั้นมันร้ายสุดๆ อยู่แล้วข้อแรกเลยผ่านง่ายดายมาก ถัดไปคือให้ยอมรับว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ซึ่งสำหรับหลายคนอาจจะดูเป็นเรื่องยาก ผมในตอนแรกก็คิดว่ามันยาก แต่พอลองทำจริง กลับง่ายมาก เพราะมันร้ายมาก และไม่มีทางหนีได้เลย อย่างตอนปวดท้องผมคิดไปก่อนแล้วว่าเป็นมะเร็งแน่ๆ เพราะอาการหลายอย่างเหมือนในหนังสือเดี๊ยะ ผมยอมรับมันและวางแผนเรื่องเวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต พร้อมการจัดการงานศพตัวเองเสร็จสรรพ รู้สึกโล่งในอย่างประหลาด แล้วก็ไปพบคุณหมอ ผลตรวจออกมาว่า เป็นลำไส้เล็กส่วนต้นติดเชื้อแบคทีเรีย ก็รู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ได้กำไรสองต่อ รู้สึกดีสุดๆ นั่นเป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งของความโชคดีของผม ซึ่งคงไม่ได้มาถ้าผมไม่ใช่คนมองโลกในแง่ลบ(สุดๆ)

อีกเล่มที่ช่วยผมคือ Only the Paranoid Survive โดยผู้ก่อตั้งบริษัท Intel ท่าน Andy Grove ผมนั้นเป็นคนมองแต่จุดที่ตนเองจะล้มเหลวตั้งแต่เด็กๆ แล้ว หนังสือเล่มนี้ช่วยจุดประกายให้ผมรู้สึกถึงพลังของการมองโลกในแง่ลบ ว่า เมื่อเราอยู่ในจุดที่สำเร็จในเรื่องหนึ่ง มันก็คือจุดที่ไม่สามารถไปต่อได้แล้ว เราต้องรีบหาทางไปต่อจากจุดนั้นให้เร็วที่สุด พูดง่ายๆ คือ จุดสูงสุดคือจุดเริ่มต้นของความตกต่ำ หนังสือกล่าวถึงเวลาช่วงปี 80s ที่ intel คือผู้ผลิต memory ยักษ์ใหญ่ของโลก ยอดขายมีมหาศาล ส่วนธุรกิจใหม่เล็กๆ ที่ชื่อว่า miroprocessor นั้นเพิ่งเกิด บริษัทลังเลที่จะเปลี่ยนโฟกัสมายังตลาดใหม่ที่ลูกผีลูกคน แต่ไม่นานเมื่อประเทศเอเชียอย่างไต้หวันสามารถผลิต memory ได้ถูกกว่า intel มาก ก็ผงาดขึ้นมาแทน ในขณะนั้นถ้า intel ไม่ไหวตัวเปลี่ยนธุรกิจ ก็คงจะเจ๊งเป็นแน่ ทั้งนี้ด้วยความคิดตื่น(ตัว) ของผู้บริหารโดยแท้จริง

มาฝึกมองโลกแง่ลบกันมั้ยครับ ดีนะ!

Advertisements

One thought on “ข้อดีของการมองโลกแง่ลบ

  1. สำหรับผม ขอมองทั้งสองขั้วเลยละกันครับ

    ประสบการณ์ผ่านมา ด้วยความคิดลบ(สุดๆ) เกือบทำให้ไม่มี “ลุงตู่” ในวันนี้แล้ว
    ผมเลยมีจุดยืนไปทาง “ไม่ประมาท” ซะ

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s