เรื่องเศร้า ชาวฮิปสเตอร์

ได้รับการแชร์วิดีโอนี้เมื่อวาน ไม่ได้สนใจมาก แต่บังเอิญลูกสาว เดินผ่านมา แล้วบอกว่า อยากดูอันนี้ คงเพราะเป็นรูปการ์ตูน จึงสนใจตามประสาเด็ก พอดูเสร็จก็บอกว่า “หนูเสียใจ” (คงแปลประมาณเธอรู้สึกเศร้า แต่ภาษาเด็กยังมีคำไม่เยอะ) ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเศร้าจริงๆ

สำหรับหลายคน คงบอกว่า ลูกค้านั้นสามานย์จริงๆ บ้างก็ว่า ถ้าลูกค้าอยากได้ของดี ก็จงจ่ายให้สูงสมราคา หรืออีกฝ่ายก็บอกว่า designer ในเรื่องผิดเองที่ยอมรับ ราคาที่ถูกเกินไป สิ่งที่ผมรู้สึกคือ คนรุ่นใหม่หลายคน เริ่มต้นชีวิตด้วย passion ซึ่งก็ไม่ผิด หากแต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยสิ่งนั้น

โลกแห่งความเป็นจริงขับเคลื่อนด้วยระบบ “ทุนนิยม”

คำว่า ทุนนิยม นั้น แปลมาจากภาษาอังกฤษว่า “Capitalism” มีคำจำกัดความว่า

A system of economics based on the private ownership of capital and production inputs, and on the production of goods and services for profit. The production of goods and services is based on supply and demand in the general market (market economy), rather than through central planning (planned economy). Capitalism is generally characterized by competition between producers. Other facets, such as the participation of government in production and regulation, vary across models of capitalism.

http://www.investopedia.com/terms/c/capitalism.asp#ixzz3eVT2zrYQ

ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ทุนนิยม เป็นระบบเศรษฐกิจหลักของโลกในขณะนี้ ไม่ว่า จะเป็นโลก เสรีนิยม หรือ สังคมนิยม ก็ใช้ระบบทุนนิยมด้วยกันทั้งนั้น

แต่เป็นเรื่องเศร้าที่ในระบบการศึกษาของเรา กลับมีการสั่งสอนเกี่ยวเรื่องนี้ไว้น้อยมาก หรือหากมีการสอน ก็เป็นแบบ ท่องจำเพื่อไปสอบ หาได้เป็นการสอนให้สามารถมีชีวิตรอดในระบบทุนนิยมนี้ได้เลย

แล้วทุนนิยม นี้คืออะไร

ทุนนิยม คือระบบที่ให้ความสำคัญกับ ทุน เป็นหลัก เพราะในโลกของทุนนิยมนี้จะทำอะไร ก็ต้องใส่ทุนเข้าไปก่อน แต่จะใส่ไปเฉยๆ ก็จะเป็นการสูญเปล่า เพราะฉะนั้น ใส่ไปแล้วก็ต้อง กลับออกมามากกว่า ที่ใส่ไป เราเรียกส่วนต่างนี้ว่า กำไร (profit) โดยถ้ามีความผิดพลาด ได้กลับมาน้อยกว่า ที่ใส่ไป เราก็เรียกว่า ขาดทุน (loss)

แล้วเราจะเอาตัวรอดในระบบนี้ได้อย่างไร?

หลักการเอาตัวรอดในระบบทุนนิยมนั้นแสนเรียบง่าย ทุกอย่างอธิบายด้วยสมการ ง่ายๆ ว่า

ราคาขาย = ต้นทุน + กำไร

กล่าวคือถ้าเราอยากมีกำไร ซึ่งก็คือความอยู่รอด เรามีสองทางคือ เพิ่มราคาขาย หรือ ลดต้นทุน

ก่อนจะไปต่อเราต้องเข้าใจก่อนว่า เจ้า “ทุน” ที่ว่านี้คืออะไร? ทุนก็คือเงินหรือสิ่งที่สามารถตีราคาหรือคุณค่าเป็นเงิน นั่นเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะมีตัวตนในโลกทุนนิยมจะต้องตีค่าหรือราคาเป็นเงินได้เสียก่อน ซึ่งในปัจจุบัน เกือบทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ ชื่อเสียง หรือ ความชอบพอ ก็มีวิธีแปลงเป็นเงินหมดสิ้น

จากวิดีโอ เราจะเห็นว่า ตัวละครในเรื่อง มีต้นทุนสองอย่างคือ ค่ากินอยู่ ซึ่งปกติในแต่ละเดือน ก็ไม่แตกต่างกันมานัก เราเรียกรายจ่ายนี้ว่า “ต้นทุนคงที่” กับค่าใช่จ่าย เพื่อการทำงาน เช่น ค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ตรงนี้ จะมากน้อยขึ้นกับมีงานหรือไม่ อันนี้เรียกว่า “ต้นทุนแปรผัน” คิดง่ายๆ ก็จะได้สมการว่า

ต้นทุน = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนแปรผัน

เมื่อเรารู้ตรงนี้แล้ว ก็สามารถ รู้ว่า จะตั้งราคาขาย เท่าไร เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้

สมการความอยู่รอด

การหาราคาขาย สามารถทำได้ง่ายๆ โดย นำสมการทั้งสองอันข้างต้นมารวมกัน

ราคาขาย = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร + กำไร

ง่ายๆ แค่นี้เอง (จริงเหรอ?)

วิธีการนำไปใช้

อ่านมาถึงตรงนี้ผมว่า หลายคนคงส่ายหน้า และบอกว่า “ฉันเรียนมาตั้งแต่ ประถมแล้ว ไม่เห็นจะใช้ได้จริงเลย” ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ เพราะพวกเราอยู่ในวงจรของการเรียนเพื่อสอบ ทำให้ขาดสิ่งสำคัญที่สุดในการเรียนรู้คือ การนำไปใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะในชีวิตจริง เรามาดูวิธีนำไปใช้กัน

สมมติว่า นาย ก มีค่าใช้จ่ายปกติ เดือนละ 20,000 ซึ่งตรงนี้จะเห็นว่า มีงาน ไม่มีงาน ก็ต้องใช้แน่ๆ บางคนที่ต้องผ่อนบ้านผ่อนรถ ก็ต้องบวกเข้าไปตรงนี้ และ ถ้าหากมีงาน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม อีก 15,000 ต่องาน 1 เดือน เพราะฉะนั้น ถ้าอยากได้กำไร สัก 10,000 บาท สำหรับงาน เดือนนี้ ก็คำนวณได้ว่า

ราคาขาย = 20,000 + 15,000 + 10,000 = 45,000

ผิดถนัด!!! (ผิดตรงไหนกัน?)

ผมคิด(เอาเอง)ว่า หลายคนที่อ่านหนังสือ พวก ลาออกมาเป็นนายตัวเองแล้วรวยกว่า มักจะคิดแบบนี้ แต่ความจริงแล้ว มีช่องโหว่มากมายในวิธีคิดแบบนี้

  1. คุณไม่ได้ขายได้ตลอดเวลา การทำธุรกิจ มีทั้งช่วงเวลาที่ขายได้ และขายไม่ได้ การคำนวณต้นทุนต้องรวมตรงนั้นไปด้วย
  2. คุณต้องเสียภาษี
  3. คุณไม่ได้ขายอยู่คนเดียว ถ้าคุณขายแพง จะมีคนอื่นมาสู้ ด้วยราคาที่ถูกกว่าทันที

เราต้องกินต้องใช้ในเวลาที่ขายไม่ได้

มาดูกันที่ข้อแรกก่อน คนเรานั้นต้องกินต้องใช้ แต่เราคงไม่สามารถหางานได้ตลอดเวลา ยิ่งเราทำงานเป็น freelance เราไม่สามารถหางานไปด้วย ทำงานไปด้วย ได้ เมื่อมีงาน เราก็ยุ่งอยู่กับมัน ไม่ว่างไปหาลูกค้าใหม่ จริงอยู่ อาจจะมีบางช่วงงานชุกมาก แต่ก็ต้องเข้าใจว่า เป็นเพราะเรามีเวลาหางานมาก่อนหน้านั้นต่างหาก เมื่อหมดงานนี้ เราก็ต้องใช้เวลาไปหางานมาใหม่ เพราะฉะนั้น เราอาจจะ มีงาน แค่เพียงครึ่งหนึ่ง ของเวลาทั้งหมด ง่ายๆ คือ ทำงานหนึ่งเดือน ว่างงานหนึ่งเดือน ฉะนั้น ต้นทุนคงที่เราในการทำงาน หนึ่งเดือนจึงไม่ใช่ 20,000 แต่เป็น 40,000 เพราะต้องหาเงิน 1 เดือน เพื่อกินได้ 2 เดือน

ราคาขาย = 2*20,000 + 15,000 + 10,000 = 65,000

สิ่งที่แน่นอนในชีวิตคือ ภาษี และความตาย

เนื่องจากเราทำงานเป็น freelance ภาษีที่เราต้องเสียคือ ภาษีบุคคลธรรมดา (ภงด.90/91) ที่เรารู้จักกันดี แม้จะมีหลายระดับขั้น แต่ถ้าจะให้อยู่รอดส่วนใหญ่จะเสียที่ 10-15% เพราะน้อยกว่านี้คงอดตาย เราคิดที่ 15% ก็แล้วกัน ถ้าหาก เรามีรายได้ 65,000 เราจะต้องเสียภาษี เท่ากับ

65,000 * 15% = 9,750

จะเห็นว่า เราเหลือกำไรจริง แค่ 250 บาท เท่านั้นเอง แบบนี้จะไปรอดได้อย่างไร

คู่แข่ง มีตลอดเวลา

ปัญหายังไม่หมดแค่นั้น ในโลกนี้ใช่ว่าเราจะขายอยู่คนเดียวเสียเมื่อไหร่ มีคนขายของแข่งกับคุณตลอดเวลา เพราะฉะนั้น เขาอาจจะมาขายตัดราคาคุณที่ 60,000 ทีนี้ถ้าคุณบ้าจี้ ลดราคาสู้ แต่อย่าลืมว่า ตอนนี้คุณก็ กำไรแค่ 250 แล้ว ไปลดสู้ 5,000 นั้นก็คือการขุดหลุมฝังศพตัวเองเท่านั้นเอง จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมคนที่ออกมาทำงาน freelance เองแล้ว เจ๊งในเวลาไม่นานจึงมีมากเหลือเกิน ที่สำคัญเขาจากไปอย่างเงียบๆ หรือไม่ก็ คุยอ้างว่าได้ประสบการณ์เหลือคณา แต่ความจริงแล้ว เขาไม่ได้อะไรเลยต่างหาก

อยากรอด ต้อง “ลีน”

สิ่งที่น่าแปลกใจคือ เรื่องนี้คนรุ่นพ่อแม่เรา (อย่างน้อยก็ของหลายคน) ค้นพบมานานแล้ว ว่า สมการที่ตั้งขึ้นนั้น ผิด สมการที่ถูกต้องคือ

กำไร = ราคาขาย – ต้นทุน

เจ้ย! มันก็แค่ย้ายข้างสมการนี่นา (ใช่มั้ย?) เปล่าเลย นี่คือการปฏิวัติวิธีการคิดอย่างแท้จริง เพราะไม่ใช่ตลาดแบบผูกขาด ผู้ขายจึงไม่สามารถกำหนดราคาขายได้อย่างใจ วิธีเดียวที่จะทำให้สามารถทำกำไรได้คือ การลดต้นทุน เท่านั้น

ผมคงไม่ขอลงรายละเอียดว่า จะลดต้นทุนได้อย่างไร เพราะบล็อกนี้จะกลายเป็นหนังสือเล่มโตๆ ไป คิดว่าหลายคนคงเริ่มเห็นภาพว่า เกิดอะไรขึ้น กับวงการ freelance บ้านเรา (และที่อื่นๆ) และจะต้องทำอย่างไร ถ้าหากอยากจะกระโจนเข้ามาในวงการนี้ครับ

Advertisements

One thought on “เรื่องเศร้า ชาวฮิปสเตอร์

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s