Sprint เป็นแค่ checkpoint

โค้ชหน้าแมว ได้รับการมอบหมายจากเจ้านายใหญ่ให้มาดูแลสกรัมทีมทีมหนึ่ง ซึ่งโค้ชหน้าแมวรู้สึกว่าตนเองโชคดีเหลือเกิน เพราะทีมดูจะเข้าใจวิธีการทำงานแบบอไจล์ดีอยู่แล้ว และที่สำคัญทีมร่วมกันทำงานมาถึง 17 สปรินต์ ซึ่งถือว่าไม่ใช่มือใหม่แล้ว ซึ่งความจริงก็สงสัยว่าเจ้านายใหญ่ทำไมจึงคิดว่า ทีมนี้จะต้องการโค้ชอย่างโค้ชหน้าแมวได้ แต่ก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ

สปรินต์ที่ 18 ผ่านไปไวเหมือนโกหก แม้ทีมนี้จะไม่ได้เก่งกาจอย่างที่จะเรียกว่า ดรีมทีม และมีปัญหาเข้ามาอยู่เรื่อย ซึ่งทีมก็มีการปรับแผนงานเข้าออกบ้างตามสมควร มีความเสี่ยงว่างานบางส่วนอาจจะไม่สามารถทำเสร็จได้ในสปรินต์ แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติในการทำงานแบบอไจล์ ที่เราเน้นการตอบรับความเปลี่ยนแปลงมากกว่า ที่จะมานั่งปฏิเสธ

จวบจนกระทั่งวันแรกของสปรินต์ที่19 โค้ชหน้าแมวตื่นเช้ามาทำงาน ก็พบว่า สปรินต์ที่ 18 ยังเปิดค้างอยู่ ไม่ถูกปิดแต่อย่างใด ถึงกับงุนงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเดินไปหาสกรัมทีมเพื่อไต่ถาม ก็ได้ความว่า งานยังเสร็จตามแผน Product Owner จึงไม่ยอมให้ปิดสปรินต์ จนกว่าทีมจะทำงานให้เสร็จตามที่สัญญาไว้ก่อนจึงจะปิดได้ โค้ชหน้าแมวจึงถึงบางอ้อ ว่า ทีมเข้าใจผิด สับสนว่า  สปรินต์เป็นเฟสการทำงาน เหมือนใน waterfall อาการนี้เราเรียกในหมู่ Agilist ว่า MiniWaterfall นั่นเอง

โค้ชหน้าแมวจึงเริ่มเล่านิทานให้ทีมฟัง ดังนี้

กาลครั้งหนึ่ง ณ ประเทศสารขัณฑ์ นายกรัฐมนโทมีดำริต้องการผลักดันให้ ทีมฟุตบอลได้ผ่านเข้ารอบบอลจักรวาล จึงจ้างอดีตนักฟุตบอลฝีเท้าดีนาม ซิเก้ มาเป็นผู้จัดการทีม การแข่งขันผ่านไป จนมาเจอคู่ปรับสำคัญสาธารณรัฐฮิลฟารา ก่อนเริ่มแมทช์สำคัญ ท่านซิเก้ก้าวเข้ามาในห้องแต่งตัวนักกีฬาด้วยท่าทางมาดมั่น

“เป้าหมายเราคือผ่านเข้ารอบฟุตบอลจักรวาลให้จงได้ พวกเธอจง Estimate ซิว่า ครึ่งแรกทีมเราจะทำได้กี่ประตู?”

ด้วยทีมสปริตแม้จะไม่มั่นใจเพราะคู่ปรับแข็งแกร่งเหลือประมาณ แต่ก็กัดฟันบอกไปว่า

“ครึ่งแรกนี่พวกเราคิดว่า น่าจะทำได้สักหนึ่งประตู”

ผู้จัดการทีมมากประสบการณ์มีท่าทีฮึดฮัดทันที แล้วถามว่า

“พวกเธอ commit กับเป้าหมายนี้หรือไม่?” ถ้าหากมีท่าทางลังเลอีก ประเดี๋ยวจะไปกันใหญ่ ทีมก็จึงรับปากเสียงอ่อยว่า

“commit ครับท่าน”

ครึ่งแรกกำลังจะหมดลง ทีมสารขัณฑ์ทุ่มเทให้กับเกมอย่างดี แต่ก็ยังทำประตูอันเหนียวหนึบของฮิลฟาราไม่ได้ กรรมการกำลังดูเวลา ทำท่าจะยกนกหวีดขึ้นเป่า สายตาอาฆาตมาดร้ายจากที่นั่งฝั่งสารขัณฑ์ส่งมาจนกรรมการรีบปล่อยหกหวีดและเริ่มทดเวลาเจ็บ ผ่านไปหลายนาทีกรรมการเห็นท่าไม่ดีเพราะเนิ่นนานเกินไปแล้ว จึงเอื้อมมือไปจับนกหวีด เสียงโกรธเกรี้ยวจาก ซิเก้ ดังขึ้นทันที

“หยุดนะ ครึ่งแรกยังจบไม่ได้ พวกนั้นยังไม่ได้ทำหนึ่งประตูตามที่ commit ไว้เลย”

นิทานจบแบบยังไม่จบ เหมือนปริศนาธรรมของเซ็นที่ชวนให้ผู้ฟังได้คิด โค้ชหน้าแมวเงยหน้าขึ้น สบตากับสกรัมทีมที่ที่นัยตาเลื่อยลอยแบบเหมือนเข้าใจแต่ไม่เข้าใจ แล้วถามว่า

“ถ้าพวกเธอเป็นผู้จัดการทีม จะทำอย่างไร?”

ทีมทำท่านึก แต่ไม่มีใครเอ่ยปากทำนองว่า ตอบไปก็ไม่เคยถูก ให้เฉลยเองดีกว่า แต่ก็มีคนใจกล้าหลุดปากออกมาจนได้ว่า

“จบสปรินต์ เอ๊ย พักครึ่งตามเวลา แล้วทำ retrospective กันในห้องแต่งตัวว่าอะไรเป็นสาเหตุให้ยังทำประตูไม่ได้ แล้วช่วยกันวางแผนว่าครึ่งหลังจะแก้เกมอย่างไร”

เกินคาด โค้ชหน้าแมวที่ไม่เคยชมใครง่ายๆ ดีดนิ้ว แล้วโพล่งออกมา

“Exactly!!! แน่นอนที่สุด”

มาถึงตรงนี้ ทีมดูมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้น ประหนึ่งได้คำตอบของปริศนาธรรมขั้นสูง เหลืออีกแค่คำถามเดียว “ใครจะไปคุยกับ Product Owner” สายตาทุกคู่มองมาทางที่โค้ชหน้าแมวเคยยืนอยู่ แต่กลับหาตัวไม่เจอเสียแล้ว เสียงหนึ่งหลุดออกมาว่า

“อีกละ! มาสุมไฟ แล้วก็จากไป”

คำเตือน: เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็นเรื่องสมมติไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ใดที่มีอยู่จริง หากไปพ้องกับบุคคลหรือสถานที่ใด ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s