ว่าด้วยปัญหาอไจล์?

วันก่อน มีพี่ท่านหนึ่งโพสทำนองว่า “อไจล์แค่ที่ Development ไม่ช่วยอะไร” แล้วก็มีพี่อีกท่านหนึ่งตอบว่า “อไจล์แค่ที่ Management ก็ไม่ช่วยอะไรเหมือนกัน” มาคิดดูก็ถูกทั้งคู่ งั้น อไจล์ที่ไหนดีนะ ที่ Marketing ดีมั้ย? หรือ ที่ HR หรือ เอามันทั้งบริษัทครั้งเดียวแบบ Big Bang ดี คิดไปคิดมา คำครูอาจารย์ก็ผุดขึ้นมาว่า “คำตอบที่ถูกต้อง มาจากคำถามที่ถูกต้อง” เอ้อจริง “อไจล์ที่ไหนดี?” อาจจะไม่ใช่คำถามที่ถูกต้องกระมัง แล้วคำถามอะไรล่ะจึงจะถูกต้อง คิดวนไปมาจนจู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาอีกว่า “เราอไจล์ไปทำไมนะ?” เพิ่มคุณภาพ หรือเปล่า? หรือว่า “ทำให้ลูกค้าพอใจ” หรือ “ทำให้กำไรมากขึ้น” สุดท้ายคำครูก็ผุดขึ้นมา

“หากเราเอาทีมที่แย่ที่สุดในสามโลก มาทำสกรัม ก็จะได้ผลิตภัณฑ์ ที่แย่ที่สุดในสามโลก ทุกๆ สปรินต์”

เออ งั้นคงไม่ใช่เรื่องพวกนี้ละ งั้นเราอไจล์ไปทำไมนะ? หรือเราไม่ควรอไจล์ มันคิดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ แล้วมันก็ออกมา

“Inspect and Adapt” – มองเห็น เพื่อ ปรับปรุง

เอ้อ มันต้องอันนี้แน่เลย เราอไจล์เพื่อเราจะได้มองเห็น จุดบกพร่องของตนเอง และสามารถปรับปรุงมันให้ดีขึ้นได้

อย่างนี้อไจล์ก็เป็นแค่ “กระจก” สินะ ตัวมันเองไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย แค่เอาปัญหามาแสดงให้เราได้เห็นชัดๆ จะได้แก้มันได้ ซึ่งถ้าเราเลือกที่จะไม่แก้ มันก็คงจะยังเป็นปัญหาอยู่นั่นเอง เลยเกิดคำถามว่า แล้วปัญหาประเภทไหน ที่อไจล์เอามาแสดงได้ดี?

เปิดตำราก็พบว่า มีปัญหาอยู่ 3 อย่างที่อไจล์แสดงให้เห็นได้ดี

  1. Time to Market – ปัญหาประเภท ของทำไมเสร็จช้าไปติดอยู่ตรงไหน ตรงไหนเป็นคอขวด อไจล์แสดงให้เห็นได้ชัด ที่สำคัญ ยังมี เครื่องมือที่ช่วยเปิดโอกาสให้คนที่เหมาะสมได้มาพูดคุยแบ่งปันให้เกิดการแก้ปัญหาอีกด้วย
  2. Predictibility – ปัญหาความไม่แน่นอน คือทีมที่ไม่แน่นอนนี่เราจะคาดการณ์ไม่ได้เลยว่า ของที่เขาผลิตจะเสร็จเมื่อไหร่ เพราะเชื่อไม่ได้ คาดว่าจะเสร็จสองเดือน สามเดือนก็ยังไม่เสร็จ หรือบอกว่าใช้ได้แล้ว แต่ใช้ไม่ได้ เป็นต้น อไจล์มีเครื่องมือที่แสดงให้เห็นว่า ทีมมีความแน่นอนเพียงใด แล้วเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญคือ อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้น
  3. Profit – กำไร เป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจต้องมี หากธุรกิจใด้ไม่มีกำไร แล้วไซร้ย่อมอยู่รอดไม่ได้ กำไรนั้นมาจากสองส่วนคือ รายได้ และต้นทุน หากหารายได้ได้มากขึ้น เราก็ได้กำไรมากขึ้น แต่มักจะทำได้ยาก เพราะทุกตลาดมีคู่แข่งไม่ใช่อยากจะขึ้นราคาตามใจได้ เพราะฉะนั้น การทำกำไรได้ดีก็คือการมีความสามารถในการลดต้นทุนได้มากๆ อไจล์มีเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถมองเห็นได้ว่า ความสูญเปล่าอยู่ตรงไหน และ เลือกที่จะไม่ทำมันได้ เช่น การจัดลำดับความสำคัญโดยดูมูลค่าทางธุรกิจ(business value) หรือการสื่อสารแบบต่อหน้า เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถลดต้นทุนได้

สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกถึงอยู่เสมอก็คือ “อไจล์เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เรา มองเห็น ปัญหา คนที่จะแก้ปัญหาคือ ตัวเราเอง”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s