อปริหานิยธรรม – ธรรมะที่ต้องสร้างเอง

ผมมักจะกล่าวไว้อยู่เนืองๆ ว่า อไจล์ และธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น มีความคล้ายกันอยู่มาก แต่มีธรรมะอยู่บทหนึ่งที่ผมใช้เวลานาน ก็หาความเชื่อมโยงกับอไจล์ไม่ได้ ธรรมะบทนั้นคือ “อปริหานิยธรรม” หรือ “ธรรมะอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม” ทำไมผมถึงงงมากขนาดนั้นหรือ เพราะ ประการแรก เนื้อหานั้น มีทั้ง ห้ามแก้ไขกฏเกณฑ์ที่วางไว้ ซึ่งเราก็ทราบว่า อไจล์นั้นเน้นที่การปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลง แต่นี่อะไรมาห้ามไม่ให้เปลี่ยน แล้วจะอไจล์กันอย่างไร หรือ ให้เชื่อฟังผู้มีอาวุโส (มีความรู้มาก) นี่ก็ไม่ตรงกันอีก เพราะอไจล์เชื่อในเรื่องความเท่าเทียม คนรู้น้อยอาจจะถูกในบางเรื่องก็ได้

นอกจากความไม่สมเหตุสมผลแล้ว ธรรมะบทนี้ยังไม่ความคลุมเครืออีกอย่างคือมีหลายแบบเสียเหลือเกิน มีทั้งสำหรับ ฝ่ายคฤหัสถ์ ฝ่ายพระภิกษุสงฆ์ โดยเฉพาะ ฝ่ายหลังนี่มีหลาย นัยยะ เสียเหลือเกิน โดยแต่ละอย่างนี่ไม่ได้เหมือนกันเลย บางนัยยะเอาโพชฌงค์ มาเรียงเลยก็มี สร้างความงุนงงเข้าไปอีก

“มันต้องมีอะไรซัลซ้อนซ่อนอยู่อย่างแน่นอน” จิตใต้สำนึกสั่งสอน ผมเฝ้าครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่เนื่องๆ ตลอดมา จนวันหนึ่งก็เกิดปิ๊งแว้บขึ้นว่า “หรือ อปริหานิยธรรม จะไม่ใช่ธรรมะของพระพุทธเจ้า” พอคิดได้อย่างนั้นก็มีเสียงค้านขึ้นว่า “ถ้าไม่ใช่แล้วจะมาอยู่ในพระไตรปิฎกได้อย่างไรกัน” จนในที่สุดก็คิดว่า “หรือว่า อปริหานิยธรรม เป็นธรรมะของพระพุทธเจ้า แต่เนื้อหาข้างในไม่ใช่ล่ะ???” ปรัศนีย์สามชั้นซ้อนเลยทีเดียว จนในที่สุดผมก็นึกถึง “หลักการอไจล์อะไรที่ บัญญัติไว้แต่ชื่อ แต่เนื้อหานั้นทีมต้องไปสร้างเอาเอง” ใช่แล้วครับ มันคือ “Working Agreement” นั้นเอง

“Working agreements, also known as team norms, are guidelines developed by the teams as to how they must work together to create a positive, productive process.”
http://www.payton-consulting.com/agile-team-working-agreements-guide/

“Work agreements are the set of rules/disciplines/processes the team agrees to follow without fail to make themselves more efficient and successful.”
— https://www.scrumalliance.org/community/articles/2014/january/work-agreements-scrum-team

Agile Working Agreement
คือ กฏหรือข้อตกลงที่ทีมสร้างขึ้นมาร่วมกันเพื่อเป็นหลักปฏิบัติในการทำงานร่วมกัน working agreement จะอธิบายพฤติกรรมเชิงบวก กล่าวคือบอกว่า อะไรคือสิ่งที่ทำแล้วเรียกว่า “ดี” สำหรับทีมนั่นเอง

ชักเข้าเค้าละ อย่างนี้ถึงมีหลายแบบ หลายนัยยะ เพราะเป็น อปริหานิยธรรม ของคนละทีมนั่นเอง ต่างทีมก็จะมี อปริหานิยธรรมของทีมตัวเอง บางทีมอาจจะเน้นศึกษาเรื่องโพชฌงค์ ก็เลยกำหนด โพชฌงค์ เป็น อปริหานิยธรรมของทีมตัวเอง เป็นต้น นี่เองที่เราอ่านเนื้อหาของธรรมนี้แล้วจึงเห็นขัด เพราะไม่ใช่ อปริหานิยธรรมของทีมเรานั่นเอง

“แล้วทีมของท่านล่ะ มี “อปริหานิยธรรม” ของตนเองแล้วหรือยัง?”

Q.E.D.

Advertisements

One thought on “อปริหานิยธรรม – ธรรมะที่ต้องสร้างเอง

  1. มีความสงสัยค่ะ ทีมจะมองเห็นความสำคัญของการมี“อปริหานิยธรรม” ได้อย่างไร แล้วถ้าทีมไม่เห็นว่าธรรมข้อนี้ดี ธรรมข้อนี้หรือ Working Agreement จะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร คิดแทนทีมเพราะยังอ่อนด้อยเกินกว่าจะชี้ให้ทีมเห็นถึงข้อนี้ไม่ได้ จะจูงจมูกหรือเอาตะขอเกี่ยวทีมให้ให้เกิดมาอย่างตอนฝึกช้างก็ใช่ที T T

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s